Press "Enter" to skip to content

ทุ่มซื้อกิจการ Tumblr 3 หมื่นล้าน ไม้เด็ดพลิกฟื้น Yahoo!

ข่าวที่สร้างความฮือฮาและเป็นกระแสมากที่สุดข่าวหนึ่งในโลกอินเตอร์เน็ตช่วงนี้ คือ การเข้าซื้อกิจการ Tumblr ผู้ให้บริการบลอกรายใหญ่ของโลก โดย Yahoo! ด้วยมูลค่าสูงถึง 1.1 พันล้านเหรียญ หรือประมาณ 33,000 ล้านบาท

แพงกว่ามูลค่าที่ Facebook ซื้อ Instagram ในปีก่อนซะอีก

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไม Yahoo! ต้องทุ่มเงินมากขนาดนี้เพื่อเป็นเจ้าของ Tumblr ให้ได้

ลองมองย้อนกลับไปในอดีต เพื่อให้เห็นที่มาที่ไปว่ากลยุทธ์องค์กรของ Yahoo! เป็นยังไง

Yahoo! เป็นบริษัทอินเตอร์เน็ตยุคแรกที่ก้าวข้ามผ่านวิกฤติฟองสบู่ดอทคอมในยุคปี 2000 แต่ก็บาดเจ็บหนักจากการทุ่มซื้อกิจการเว็บไซต์ Geocities.com ด้วยมูลค่ากว่า $3.57 พันล้านเหรียญ ตามด้วยการซื้อกิจการเว็บไซต์ Broadcast.com ด้วยมูลค่าสูงถึง $5.9 พันล้านเหรียญ

แต่ในอีก 10 กว่าปีต่อมา ทั้ง 2 เว็บไซต์ก็ปิดตัวลง โดยที่ไม่สามารถสร้างผลกำไรตอบแทนคืนกลับให้ Yahoo! ได้คุ้มค่ากับการลงทุน

yahoo-tumblr3

ปี 2008 ไมโครซอฟท์ ยื่นข้อเสนอขอซื้อกิจการของ Yahoo ด้วยมูลค่า $44.6 พันล้านเหรียญ แต่กลับถูก Jerry Yang ซึ่งเป็น 1 ในผู้ก่อตั้งและซีอีโอปฏิเสธด้วยเหตุผลว่า มูลค่าต่ำเกินไป

การตัดสินใจไม่ขายกิจการให้กับไมโครซอฟท์ในครั้งนั้น ผู้เชี่ยวชาญหลายคนวิเคราะห์ว่า เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมาก เพราะศักยภาพของ Yahoo! ไม่แข็งแกร่งเหมือนในอดีต และยังมีคู่แข่งที่แข็งแกร่งอย่าง Google ที่ยากต่อกร

หลังจากนั้นเพียง 3 ปี มูลค่าหุ้นของ Yahoo ก็ดิ่งจนอยู่ในภาวะตกต่ำ มูลค่าบริษัทเหลือเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น

ด้วยสถานการณ์ของ Yahoo ที่ย่ำแย่ รายได้ไม่เพิ่ม แถมราคาหุ้นยังดิ่งลงเหว ทำให้ซีอีโอและผู้ก่อตั้งอย่าง Jerry Yang ต้องพ้นจากตำแหน่งซีอีโอไปในปี 2009

ในยุคดอทคอม Yahoo! เป็นบริษัทดาวรุ่งที่มีอัตราการเติบโตสูงมาก เป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายๆกิจการในการสร้างสรรค์บริการในโลกไซเบอร์ในยุคนั้น

แต่ด้วยโมเดลธุรกิจที่ไม่สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน แต่ละกิจการที่ Yahoo! ซื้อมา ไม่ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น ทำให้ Yahoo! ต้องประสบกับความลำบากในการประคับประคองธุรกิจมาตลอด

จุดอ่อนหลักที่สำคัญที่สุดของ Yahoo! ในตลอดระยะเวลา 10 กว่าปี คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์

ปัญหาสำคัญข้อต่อมาคือ การวาง Positioning ของธุรกิจ ที่ไม่มีความชัดเจน

Yahoo! วาง Positioning ของตัวเอง เป็นบริษัทสื่อ (Media Company) ที่สร้างคอนเทนต์ที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองกลุ่มเป้าหมายให้กว้างที่สุด

รายได้หลักของสื่อ จึงมาจากการโฆษณา

เมื่ออินเตอร์เน็ตโตขึ้น ผู้ให้บริการคอนเทนต์ก็เพิ่มมากขึ้น แถมยังมีทางเลือกอย่างบลอกและโซเชียลมีเดีย ทำให้สื่อที่ให้บริการคอนเทนต์ ได้รับความนิยมลดน้อยลง

Yahoo! ต้องการโปรดักต์ที่ช่วยสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้บริษัท

แต่มองซ้าย มองขวา เห็นแค่โปรดักต์เดียวคือ Flickr บริการเก็บรูปภาพ ที่ยังทำรายได้

การที่บริษัท เปลี่ยน CEO บ่อยมาก ถึง 5 คนในระยะเวลาเพียง 5 ปี

ย่อมหมายถึงความไม่ต่อเนื่องของการดำเนินกลยุทธ์ และการเปลี่ยนแปลงทิศทางของธุรกิจ

ไม่รู้ว่า Yahoo! คือ Media Company หรือ Tech Company กันแน่

หรือจะต้องหาจุดลงตัว แล้วเดินไปทั้งสองทาง

ซีอีโอคนล่าสุด Marissa Mayer อดีตพนักงาน Google คนที่ 20 เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ที่โดดเด่นเป็นอย่างมากในแง่ของการพัฒนาผลิตภัณฑ์สายเทคโนโลยี

สิ่งที่ Marissa Mayer ย้ำมาตลอดคือ การดึงคนเก่งมาทำงาน และต้องการวิศวกรที่มีจิตวิญญาณของผู้ประกอบการในตัว

เป็นเหตุผลที่ Yahoo! เข้าซื้อกิจการของบริษัทเล็กๆหลายบริษัท เพื่อดึงคนเก่งมาอยู่กับตัวเอง

เรียกว่าเป็นการทำ “acqui-hires”

ตั้งแต่เธอเข้ามาเป็นซีอีโอของ Yahoo! ก็ซื้อกิจการไปแล้วกว่า 10 บริษัท เพื่อดึงคนเก่งๆเข้ามาเสริมทีมพัฒนาโปรดักต์

การได้ Tumblr ที่ให้บริการคอนเทนต์ประเภทบลอก มาเหมือนเป็นการยิงนกนัดเดียวได้สองตัว

นกตัวแรก คือ การได้คนเก่งอย่าง David Karp ผู้ก่อตั้ง ที่จะยังคงเป็น CEO ต่อไป ด้วยอำนาจการบริหารที่อิสระ ทาง Yahoo! ไม่เข้าไปก้าวก่าย แต่จะดึงความสามารถของ David Karp มาใช้ในการพัฒนาโปรดักต์อื่นๆของ Yahoo! ต่อไป

นกตัวที่ 2 คือ Tumblr เป็นสื่อที่ใหญ่และทรงอิทธิพลในโลกออนไลน์ปัจจุบัน

ด้วยจำนวนบลอกโพสต์กว่า 90 ล้านบทความต่อวัน รวมทั้งหมด 50,000 ล้านบทความ จาก 100 ล้านบลอก

ยอดผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์กว่า 300 ล้านคนต่อเดือน และมีสมาชิกใหม่  120,000 คนต่อวัน

สถิติเหล่านี้มาค่ามหาศาลในฐานะสื่อ

เพราะ Yahoo! สามารถนำระบบโฆษณาของตัวเองที่เรียกว่า “Yahoo! Stream Ads” มาใส่ลงไปในคอนเทนต์หรือใน Dashboard ของผู้ใช้ได้

การซื้อ Instagram ของ Facebook ทุกวันนี้ยังไม่มีรูปแบบการหารายได้ที่ชัดเจนออกมา

แต่ของ Tumblr นั้น สร้างรายได้ได้แล้ว และยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก สำหรับการโฆษณา

เป็นการยิงนกนัดเดียวที่คุ้มค่ามากของ Yahoo! เพราะได้ทั้งคนที่จะเข้ามาเสริมสร้างความแข็งแรงของผลิตภัณฑ์

ได้ทั้งจำนวนผู้ใช้ Traffic เข้าเว็บ คอนเทนต์ที่ดี เพิ่มช่องทางหารายได้ให้บริษัท

แต่จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้รึเปล่า

ซื้อมาแล้วจะปิดตัวแบบที่เคยเป็นในอดีตหรือไม่

ต้องรอดูกันต่อไปครับ…..

แบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนๆ
worawisut
worawisut

View all posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *