Press "Enter" to skip to content

“เหล่าอัจฉริยะของโลก” มีกิจวัตรประจำวันยังไง?

ในบรรดาผู้ที่มีชื่อเสียง ทั้งนักคิดนักเขียน นักดนตรี และอีกหลากหลายสาขาที่ได้รับยกย่องว่าเป็น อัจฉริยบุคคลสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับเขาเหล่านี้อาจเป็นเรื่องของ กิจวัตรประจำวันที่เขาทำกันครับ

ผมเชื่อว่ามีหลายท่านที่สนใจอยากทราบว่า ใน 24 ชั่วโมงที่ทุกคนมีเท่ากันนั้น คนที่ได้ชื่อว่าอัจฉริยะ ใช้เวลากันอย่างไร และมีการตั้งกรอบการทำงานให้กับตัวเองกันอย่างไร

ขอยกตัวอย่างบางท่าน เช่น Francine Prose นักเขียนชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงโด่งดังและมีผลงาน ตลอดจนได้รับรางวัลมากมาย หนังสือ Daily Rituals: How Artists Work ของMason Curry กล่าวถึง Francine Prose เอาไว้ว่า ในช่วงที่ลูกยังเล็ก เธอจะเริ่มเขียนงานเมื่อรถโรงเรียนมารับลูก ๆ ของเธอไปจนกระทั่งรถโรงเรียนพาลูกมาส่งในตอนบ่าย

หรือ Thomas Stearns Eliot (T.S.Eliot) อีกหนึ่งคนดังในแวดวงนักเขียน เจ้าของรางวัลโนเบลด้านการประพันธ์ ในปี ค.. 1948 ที่ได้ให้ความเห็นเอาไว้ว่า การเขียนงานในวันที่เขามีงานธนาคารทำนั้น ง่ายกว่าสมัยที่เป็นนักเขียนไส้แห้ง

แม้รูปแบบการทำงานจะไม่มีสูตรตายตัว แต่ละคนอาจเลือกใช้ตามความถนัด
แต่ในมุมของ Sarah Green บรรณาธิการอาวุโสแห่งนิตยสาร Harvard Business Review กลับพบว่ามีองค์ประกอบบางอย่างคล้าย ๆ กันในกิจวัตรประจำวันของคนดังเหล่านั้นครับ และได้สรุปออกมา 7 ข้อดังนี้

1. ต้องการสถานที่ทำงานที่สงบเงียบ

อัจฉริยะส่วนใหญ่ มีวิธีจัดการกับสิ่งรบกวนได้น่าสนใจ ดังเช่น Francine Prose ที่ต้องส่งลูกไปโรงเรียนก่อน เธอจึงจะเริ่มทำงานได้
ขณะที่ประตูห้องของ
Jane Austen (นักประพันธ์นิยายรักชื่อดังชาวอังกฤษ) เป็นบานพับที่ไม่ได้หยอดน้ำมัน ดังนั้นมันจะส่งเสียงแหลมรบกวนทุกครั้งหากมีใครเปิดเข้ามา และคนเหล่านั้นมักจะโดนเธอดุ หากเข้ามาในช่วงเวลาที่เธอกำลังเขียนงานอยู่

หรือ William Faulkner  ที่ถอดลูกบิดประตูออก แล้วนำมันเข้าห้องไปกับเขาด้วย (William Faulkner เป็นนักประพันธ์คนสำคัญของสหรัฐอเมริกา ชาวมิสซิสซิปปี ผลงานของเขาได้รับรางวัลโนเบลด้านการประพันธ์ในปี ค.. 1949 )

1408895508_full.jpeg

(William Faulkner : Wikipedia)

ครอบครัวของ Mark Twain ที่ไม่ใช้วิธีเคาะประตูห้อง แต่จะเป่าแตรให้ดัง ๆ แทน หากต้องการจะเรียกเขาออกมาจากห้องทำงาน ด้าน Graham Greene (นักเขียนนวนิยายชาวอังกฤษที่ได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในนักเขียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20) เขาถึงกับไปเช่าห้องทำงานพิเศษ ที่จะมีเพียงภรรยาเท่านั้นที่รู้ที่อยู่และเบอร์ติดต่อ

(Mark Twain เป็นชื่อนามปากกาของ Samuel Langhorne Clemens นักเขียนชาวอเมริกันผู้โด่งดัง และ William Faulkner ได้ยกให้เขาเป็นบิดาด้านการประพันธ์ของสหรัฐอเมริกาด้วย

2. เพิ่มแรงบันดาลใจให้ตัวเองจากการเดิน

การเดินเป็นประจำทุกวันมีความสำคัญอย่างมากต่อการทำงานของสมอง Soren Kierkegaard (นักปรัชญาชาวเดนนิช) มักพบสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้เขาจากการเดินเป็นประจำนี้ โดยเขามักรีบวิ่งกลับไปที่โต๊ะทำงานและเริ่มเขียนงาน ทั้งที่ยังสวมหมวก ถือไม้เท้าและร่มอยู่เสมอ หรือจะเป็น Charles Dickens นักเขียนชาวอังกฤษที่มักใช้เวลาช่วงบ่ายเดินเล่นประมาณ 3 ชั่วโมง และนำสิ่งที่เขาสังเกตเห็นระหว่างทางใส่ลงไปในงานเขียนด้วย

เช่นเดียวกับ Beethoven มีเส้นทางยาว ๆ ให้เดินหลังจากรับประทานอาหารกลางวัน แต่ Beethoven จะนำกระดาษและดินสอไปด้วย เพื่อจะได้บันทึกไว้ในกรณีที่เกิดแรงบันดาลใจขึ้นมา
ด้าน
Erik Satie นักแต่งเพลงสัญชาติฝรั่งเศส ก็ทำเช่นเดียวกัน แต่เขาเดินจากปารีสกลับไปยังที่ทำงานย่านชานเมือง และมักจะหยุดพักตามเสาไฟ เพื่อจดบันทึกสิ่งที่พบเห็นระหว่างการเดินทาง มีเรื่องเล่าด้วยว่าในช่วงสงครามโลก เสาไฟเหล่านี้ไม่สามารถใช้งานได้ คุณภาพงานของ Erik ก็ลดลงไปด้วย

3. กำหนดปริมาณงานที่ชัดเจน

หลายคนอาจคิดว่า มีเวลาเท่าไร ทุ่มลงไปกับงานเท่านั้น แต่กับบรรดาอัจฉริยะแล้ว อาจไม่ใช่ครับ
Anthony Trollope นักประพันธ์ชาวอังกฤษผู้เขียนหนังสือแค่ 3 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น แต่เขาตีกรอบกับตัวเองไว้ว่า เขาจะต้องเขียนให้ได้ในระดับ 250 คำต่อ 15 นาที
และเมื่อเขาเขียนงานจบก่อนเวลา
3 ชั่วโมง เขาจะเริ่มงานเขียนชิ้นใหม่เลยทันที

Burrhus Frederic (B. F.) Skinner (นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน) ซึ่งใช้การตั้งเวลา โดยเขาจะบันทึกจำนวนชั่วโมงที่เขาใช้ และจำนวนคำที่เขาเขียนได้ไว้เป็นกราฟด้วย

4. มีความชัดเจนระหว่างงานสำคัญ กับงานเร่งด่วน

ปกติแล้ว หลังจากตื่นนอนคนเราอาจเช็คอีเมลก่อน และตอบอีเมลงานที่เร่งด่วนเป็นลำดับแรก ๆ จากนั้นเมื่อหมดเมล จึงจะเริ่มงานของตนเอง น่าแปลกที่อัจฉริยะหลายคนแบ่งเวลาทำงานกลับกัน เช่น งานแต่งเพลง งานวาดภาพ งานเขียนหนังสือ พวกเขากลับทำในตอนเช้า ส่วนงานเช่น ตอบจดหมาย จะหยิบมาทำในตอนบ่ายแทน

5. หยุดเมื่อต้องการหยุด ไม่ใช่หยุดเพราะติดปัญหา

นักเขียนชื่อดังหลายคนจะหยุดทำงานเมื่อตนเองต้องการ หรือเมื่อเป็นไปตามกรอบที่ตั้งไว้ รวมถึงมีความสุขกับสิ่งที่เข้ามาในช่วงเวลาต่อไป
หลายคนอาจเขียนงานในตอนเช้า พักกลางวันเพื่อรับประทานอาหาร และเดินเล่น ใช้เวลา
1 – 2 ชั่วโมงตอบจดหมาย และเลิกงานตอน บ่ายสองหรือบ่ายสาม
โดยอัจฉริยะทางดนตรีอย่าง Mozart เคยกล่าวเอาไว้ว่า
ใครที่รู้สึกเหนื่อยจากการทำงานและต้องการพัก แต่ก็ยังทนทำงานต่อไปเหมือนเดิม คนนั้นคือคนโง่

6. ได้รับการสนับสนุนที่ดีจากคนรอบข้าง

ข้อนี้สำคัญมาก หากคนรอบข้างไม่เข้าใจ ไม่สนับสนุน ก็ยากนักที่ความเป็นอัจฉริยะของคนเหล่านี้จะแสดงออกมา
ยกตัวอย่างผู้ให้การสนับสนุนเช่น
Martha Freud ภรรยาของ Sigmund Freud เป็นคนเตรียมเสื้อผ้า เลือกผ้าเช็ดปาก ทายาสีฟันบนแปรงสีฟันให้สามี
หรือ ภรรยาของ
Gustav Mahler ที่ไปบอกเพื่อนบ้านว่า หากช่วยให้สุนัขเงียบเสียงลงได้ ไม่รบกวนการแต่งเพลงของสามี เธอจะให้บัตรโอเปรากับพวกเขา
หรือน้องสาวของ
Jane Austen ที่ชื่อ Cassandra ที่ช่วยทำงานบ้านทั้งหมด เพื่อที่ Jane จะได้มีเวลาเขียนให้เต็มที่ เป็นต้น

7. ไม่เน้นเข้าสังคม

น่าแปลกที่พบว่าคนเหล่านี้มีชีวิตที่สันโดษ และเรียบง่าย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความเรียบง่ายนั้นช่วยให้พวกเขาสามารถทำงานที่ตนถนัดได้ดี
ยกตัวอย่างเช่น
Marcel Proust ตัดสินใจไม่ยุ่งเกี่ยวกับงานสังคมอีกเลยตั้งแต่ ปี ค.. 1910 หรือ Pablo Picasso และเพื่อนสาว ก็ใช้วิธีกำหนดวันอาทิตย์เป็นเวลาส่วนตัวในชื่อ “at-home day” หรือ Stein and Toklas ที่ไม่รับนัดเพื่อนฝูงในยามบ่าย เหล่านี้เป็นต้น

แต่ทั้งหมดนี้ไม่ว่ากิจวัตรในแต่ละวันจะเป็นอย่างไร

สิ่งที่สำคัญที่สุดของคนที่มีเป้าหมายในชีวิตอาจเป็นการที่เรายังมุ่งเดินหน้า ทำ” ในสิ่งที่เราตั้งใจไว้ให้เป็นจริง 🙂

(Source : http://blogs.hbr.org/2014/03/the-daily-routines-of-geniuses/)

แบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนๆ
worawisut
worawisut

View all posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *