The Rise of Corporate VC

Jan 15, 2017 1 min read
The Rise of Corporate VC

ถ้านับปี 2016 ว่าเป็นปีทองของบรรดา startup จากการที่ภาครัฐมาให้การสนับสนุนธุรกิจ startup อย่างจริงจัง

ปี 2017 ก็เรียกได้ว่าเป็นปีทองของ Corporate Venture Capital (หรือนิยมเรียกกันว่า Corporate VC) ที่บรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศไทยเริ่มให้ความสำคัญ และเปิดตัว Corporate VC ของตัวเองกันอย่างคึกคัก

Photo by Markus Winkler / Unsplash

Corporate VC จัดเป็นหน่วยงานหรือองค์กรที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการลงทุน เหมือนกับ VC ที่เรารู้จักกัน ต่างกันที่รูปแบบ นโยบายการบริหารและเป้าหมายการลงทุน

รูปแบบของ Corporate VC ส่วนใหญ่จะถูกตั้งขึ้นมาเป็นหน่วยงานที่ดูแลเม็ดเงินลงทุนภายใต้โครงสร้างองค์กรบริษัทเดิม หรือแยกเป็นบริษัทลูก ที่ยังคงได้รับนโยบายบริหารจากบริษัทแม่ แต่แยกตัวออกมาเพื่อความคล่องตัวในการทำงาน ซึ่งแตกต่างจาก VC ทั่วไปที่เป็นกองทุนดำเนินงานอิสระโดยทีมบริหารกองทุน

ในบ้านเรา จริงๆแล้วก็มี Corporate VC มานานนับตั้งแต่ในยุคดอทคอมบูม หลายคนอาจจะพอคุ้นหูอยู่บ้างกับ Shinee.com ซึ่งเป็น Corporate VC ที่ตั้งขึ้นมาโดยมีนโยบายการบริหารมาจากกลุ่ม Shin Corporation ในยุคนั้น แต่ภาพรวมของยุคดอทคอมที่อยู่ในช่วงฟองสบู่และแตกตัวลง ตัว Shinee.com ก็ได้รับผลกระทบนี้ จนต้องปิดตัวเองไป

มาถึงยุคปัจจุบัน กลุ่ม Intouch ก็ยังคงเป็นผู้ริเริ่ม Corporate VC โดยได้ตั้งหน่วยงานที่ชื่อว่า Invent เพื่อดูแลการลงทุนที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีโดยเฉพาะ ซึ่งหลายๆบริษัทที่ Invent ลงทุนก็เป็นบริษัทที่รู้จักกันดี เช่น OokBee, Wongnai, OmniVirt, Digio และ EventPop เป็นต้น

แต่จุดเริ่มต้นของความคึกคักสำหรับ Corporate VC กลับมาจากธุรกิจที่ได้ชื่อว่าเป็น traditional business ที่ปรับตัวช้าอย่างธนาคาร ที่ได้รับผลกระทบจากความน่ากลัวของ Financial Technology (FinTech) ที่กำลังเข้ามามีบทบาทกับผู้ใช้ จนธนาคารต้องหันมาใส่ใจในเรื่องนี้ เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง

ธนาคารไทยพาณิชย์ ถือเป็นธนาคารไทยธนาคารแรกที่ให้ความสนใจ FinTech อย่างจริงจัง ด้วยการเปิดตัว “Digital Ventures” บริษัทลูกที่ทำหน้าที่เป็นทั้ง Corporate VC และเป็นโรงเรียนปั้น startup แบบเร่งการเติบโต (Startup Accelerator) จนธนาคารพาณิชย์ใหญ่อื่นๆ ต้องมาเปิดตาม

ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกสิกรไทย ที่เปิด Corporate VC ของตัวเองในนาม Beacon VC

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ที่เปิดตัว Corporate VC ชื่อว่า กรุงศรี ฟินโนเวต (Krungsri Finnovate)

หรือธนาคารกรุงเทพ ที่เปิดตัว Bualuang Ventures พร้อมกับ Bangkok Bank InnoHub เพื่อลงทุนและสนับสนุนการเติบโตของ startup เช่นกัน

นอกจากธนาคารพาณิชย์แล้ว ยังมี Corporate VC ของกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและพลังงาน อย่าง “AddVenture” ของทางกลุ่ม SCG , Corporate VC ของทางกลุ่ม ปตท.

ดาวเด่นของ Corporate VC ของปีนี้ เป็น Corporate VC ที่มาจากฝั่งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นำโดย Siri Venture จาก แสนสิริ, SC Able จาก SC Asset และ Ananda UrbanTech จากอนันดา ซึ่งทั้งหมด จะเน้นไปที่การลงทุนกับเทคโนโลยี Smart Home, Internet of Things (IoT) รวมไปถึงเทคโนโลยีด้าน Lifestyle ที่พร้อมจะนำมาใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของลูกบ้านแต่ละบริษัท

เป้าหมายการลงทุนของ Corporate VC แตกต่างกับกองทุนของ VC ทั่วไป ที่เน้นผลตอบแทนด้านการลงทุน (Financial returns) เป็นหลัก ในขณะที่ Corporate VC จะมีเป้าหมายการลงทุนที่หลากหลายกว่าผลตอบแทน ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีที่ Corporate VC เข้าไปลงทุน มาใช้งานในธุรกิจ เช่น Digital Ventures ของธนาคารไทยพาณิชย์ เน้นลงทุนในธุรกิจ Financial Technology (FinTech) เพื่อนำเทคโนโลยีมาต่อยอดกับธุรกิจของธนาคาร อย่างที่นำเทคโนโลยี Blockchain จากบริษัท Ripple มาช่วยให้ลูกค้าธนาคารโอนเงินข้ามประเภทได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

หรือถ้าเป็น AddVentures ของ SCG ก็จะเน้นลงทุนใน 3 ประเภทหลักที่นำมาใช้กับธุรกิจในเครือ SCG ได้ คือ เทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรม (เช่น Robotics, Smart Automation) B2B (เช่น ซอฟท์แวร์ แพลตฟอร์มด้าน Marketplace) และ Enterprise (เช่น Omni Channels, Predictive Analytics) ซึ่งผลตอบแทนที่ SCG จะได้รับ คือ การนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาปรับใช้กับธุรกิจที่มีหลากหลายมากๆของกลุ่มนั่นเอง

นอกจากผลตอบแทนการลงทุนและเป้าหมายในการนำเทคโนโลยีมาเสริมเขี้ยวเล็บให้ธุรกิจ ตัวบริษัทที่มี Corporate VC ก็จะได้ประโยชน์จากการเรียนรู้ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ Business model แบบใหม่ ที่ startup เชี่ยวชาญกว่า การเรียนรู้ตลาดใหม่ๆ ที่ธุรกิจหลักเดิมยังไม่เข้าใจหรือเข้าไม่ถึง และมีโอกาสได้รู้จักพาร์ทเนอร์ใหม่ๆ ที่ธุรกิจใหญ่ไม่มีอีกด้วย

การเปิด Corporate VC จึงเป็นเทรนด์ที่บริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกจับตามอง เพราะเทคโนโลยีมีความสำคัญขนาดตัดสินอนาคต ความเป็นความตายของธุรกิจได้ ถ้าไม่ปรับตัวให้ทัน ก็อาจจะส่งผลกระทบจนคาดไม่ถึง การแตะมือลงทุนในธุรกิจ startup จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะได้รับผลตอบแทนทั้งด้านการลงทุน ด้านเทคโนโลยี และด้าน talent ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกกำลังประสบปัญหา

Join the conversation

Great! Next, complete checkout for full access to Worawisut.com.
Welcome back! You've successfully signed in.
You've successfully subscribed to Worawisut.com.
Success! Your account is fully activated, you now have access to all content.
Success! Your billing info has been updated.
Your billing was not updated.