Facebook ครองโลก Mobile Internet ในอเมริกา

2013-04-04_04-57-36

วันนี้ผมมีสถิติจาก Flurry บริษัททำระบบ Mobile Analytics ที่คิดว่าน่าสนใจสำหรับคนทำการตลาดออนไลน์ทุกท่านครับ นั่นก็เพราะว่า เมื่อดูจากกราฟแล้วจะพบว่า คนเล่น mobile internet ในอเมริกาส่วนใหญ่นอกจากเป็นคอเกม และเข้าซาฟารีเปิดเว็บต่างๆ แล้ว พวกเขายังเข้าเฟซบุ๊กถึง 18% ของเวลาที่ใช้ไปกับแกดเจ็ทเหล่านี้ หรือคิดเป็นวันละเฉลี่ย 28 นาที

ต่อด้วยภาพกราฟฟิกที่ระบุชัดว่าจริงๆ แล้วคนใช้แอนดรอยด์ ใช้เฟซบุ๊กทำอะไรบ้าง?

2013-04-04_05-01-36

ตัวเลขเหล่านี้ทำผมไม่แปลกใจเลยครับว่าทำไมเฟซบุ๊กถึงออกระบบโฆษณาบนมือถือมากมาย นั่นก็เพราะว่าวันนี้เฟซบุ๊ก พร้อมแล้วที่จะเป็น Mobile Internet Company และวันนี้ก็จะมีการเปิดตัวมือถือเฟซบุ๊ก แน่นอนว่าผมจะนำมาอัปเดทแฟนๆ แน่นอนครับ

 

iPad ย่อโลกอินเตอร์เน็ตทั้งใบในมือคุณ

เมื่อวันเสาร์ที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์ “iPad Fever” แพร่ระบาดไปทั้งโลก

เว็บไซต์ข่าวระดับต้นๆของโลก หนังสือพิมพ์ Blog ต่างๆ พากันเขียนถึง การเปิดวางจำหน่าย “iPad” วันแรกของ “Apple”

ข้อความใน “Twitter” ของผู้คนทั่วโลก ล้วนแต่กล่าวถึง “iPad”

ด้วยยอดขาย ที่ “Apple” ออกมาประกาศว่า เพียงวันแรก ก็ขายไปได้กว่า 300,000 เครื่อง

สูงกว่ายอดขายวันที่ “iPhone” รุ่นแรกออกวางจำหน่าย เมื่อปี 2007

หักปากกาของบรรดานักวิจารณ์ต่างๆ ที่ต่างพากันคาดการณ์ว่า ยอดขาย “iPad” ในวันเปิดตัวคงได้ไม่เท่าไหร่

“iPad” ถือเป็น ที่ “Apple” ต้องการปฏิวัติวงการ “Tablet PC” เดิม โดย “Steve Jobs” ซีอีโอของ “Apple” บอกไว้ว่า เป็น ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ตรงกลาง ระหว่าง PC/Notebook กับ Smart Phone

ที่ตรงนี้ เดิม เป็นของ “Netbook” ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ “Notebook รากหญ้า ราคาประหยัด” ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าในหมู่แมส

แต่ “Steve Jobs” กลับบอกว่า “Netbook” นั้น ทั้งช้าทั้งอืด จอภาพที่ใช้ก็คุณภาพไม่สูงนัก เป็น Low-cost Notebook ที่ Low-Quality

ไม่ใช่สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการอย่างแท้จริง

clip_image002

การนำ “iPad” ออกสู่ตลาด และวาง Positioning ทับลงไปในอาณาเขตเดิมของ “Netbook” รวมถึงสร้างตลาดใหม่อย่าง “Tablet” จึงเป็นสิ่งที่ท้าทาย “Apple” เป็นอย่างมาก

ในวันนั้น นักวิจารณ์หลายคน ต่างมองว่า “iPad” คือ “iPod Touch” ยักษ์ และไม่น่าจะเป็น “Game Changer” ของ “Apple”

แต่ในวันนี้ เมฆหมอกที่ปกคลุม ได้สลาย และหลายๆคน มองเห็นภาพชัด ว่า “Steve Jobs” คิดอะไรอยู่?

ในแง่การใช้งาน อุปกรณ์พกพา หรือ “Mobile Device” ส่วนใหญ่ เริ่มพัฒนาให้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตง่ายขึ้น

ไม่ต้องมาตั้งค่าอะไรให้วุ่นวายอย่างในอดีต

ที่สำคัญ “เว็บเบราเซอร์” บน “iPad” ที่ถูกออกแบบมาให้มีความสามารถเทียบเท่ากับการใช้งานบนคอมพิวเตอร์

แถมหน้าจอยังเป็นระบบสัมผัส ควบคุมด้วยการใช้นิ้ว แทนการใช้เมาส์แบบคอมพิวเตอร์

ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานมากขึ้นเยอะ เพราะเราสามารถใช้นิ้วจิ้ม ซูม เลื่อนดูข้อมูล บนทุกพื้นที่บนหน้าเว็บเพจ

ควบคุมง่ายกว่าการใช้งานบนคอมพิวเตอร์มาก

clip_image004 clip_image006

(Safari Web Browser และ Email บน iPad)

นอกจากเว็บแล้ว “แอพอีเมล์” ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการติดต่อสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ตในปัจจุบัน ก็เหมือนนำความสามารถขั้นสูงบนคอมพิวเตอร์ มาสู่ “iPad” เช่นกัน

สิ่งทีสำคัญที่สุด ที่เรียกได้ว่าเป็น “Killer App” ของ “iPad” ก็คือ “แอพ” กว่า 197,000 ตัวที่อยู่บน “iPhone”

สามารถใช้ “แอพ” เดียวกันกับ “iPhone” ได้ทันที

และจะมี “แอพ” ที่ถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับ “iPad” อีกจำนวนมาก

clip_image008clip_image010

(หน้าตาของ “TweetDeck for iPad” แอพยอดนิยมในการใช้ Twitter)

เราสามารถหิ้ว “iPad” แล้วใช้ต่อ Projector เพื่อ Present งานให้ลูกค้าดู หรือการแก้ไขเอกสาร Word Processor ก็ทำได้

ด้วยจำนวน “แอพ” ที่มากมายมหาศาล รองรับการใช้งานในทุกๆด้านของชีวิต ทั้งด้าน การเงิน การจัดการและเลขาส่วนตัว แอพสำหรับการท่องเที่ยว การเรียนการสอน เกมส์ แอพสำหรับธุรกิจ แอพเพื่อความบันเทิง

clip_image012

(“Keynote” แอพที่ใช้สร้าง Presentation ระดับมืออาชีพ บน “iPad”)

เรียกได้ว่า ทุกสิ่งที่อย่างที่ท่านคิดว่ามือถืออย่าง “iPhone” จะทำได้ หรือที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่ามือถือจะทำได้

สามารถใช้งานบน “iPad” ได้ด้วย และยิ่ง ไปกว่านั้น โชคชั้น 2 สำหรับผู้ที่ใช้ “iPhone” อยู่ก่อนแล้ว

ไม่ต้องซื้อ “แอพ” ใหม่ สามารถใช้ “แอพ” ร่วมกันได้เลย เหมือนซื้อครั้งเดียว ใช้พร้อมกันได้หลายอุปกรณ์

ด้วยหน้าจอที่คมชัดในทุกมุมมอง ขนาดจอที่ใหญ่ถึง 9.7 นิ้ว CPU ความเร็ว 1GHz เชื่อมต่อ WiFi และ 3G ได้ (ถ้าเป็นรุ่น 3G) และใช้งานได้ทั้ง แอพที่เป็นของ iPhone และแอพที่เฉพาะของ iPad เอง

หลังจากการวางขายวันแรก “องคาพยพ” ของ “iPad” ก็เริ่มขยับ

ทั้งผู้พัฒนา “แอพ” ที่ต่างเร่งมือพัฒนาให้ “แอพ” ของตัวเอง ใช้กับ “iPad” ได้ด้วยประสบการณ์ที่ดี

เพื่อชิง “First mover” ของตลาด และปริมาณยอดขายมหาศาล เพราะผู้ใช้ ย่อมต้องการทดลองโหลดแอพใหม่ๆ มาทดสอบกับ “iPad” เครื่องใหม่ของตน

หรือจะเป็น ผู้ให้บริการเช่าวิดีโอรายใหญ่ของสหรัฐฯอย่าง “Netflix” รวมไปถึงบรรดาผู้ให้บริการวิดีโอออนไลน์

ต่างพาเหรด ตบเท้าเข้าร่วมขบวน “iPad” กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

เพราะ “iPad” คือ “The Best Portable Movies and Streaming Device”

ผู้ใช้ สามารถหิ้ว “iPad” ออกไปนอกบ้าน และ “Streaming” หนังแบบสดๆผ่าน 3G ได้ทันที

พกโรงหนังส่วนตัวไว้ตลอดเวลา

แม้แต่ค่ายเกมต่างก็ตื่นเต้นกับการมาของ “iPad”

เราจะได้เห็นเกมแข่งรถ แข่งฟุตบอล และอื่นๆที่สามารถเล่นได้พร้อมๆกันหลายคน ผ่านระบบออนไลน์ออกมาอีกมาก

ฝันของ “Steve Jobs” ที่จะให้ “iPad” เป็นผู้ปฏิวัติวงการ “Tablet” นั้น ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินจริงเลย

clip_image014clip_image016

(อุปกรณ์เสริมของ “iPad”)

การเติบโตของตลาด SmartPhone จุดกระแส Mobile Internet บูมทั่วโลก

ปี 2552 เป็นปีทองที่ปฏิเสธไม่ได้ของ ตลาดโทรศัพท์มือถือ “Smart Phone”

จาก รายงานล่าสุด เว็บไซต์ Cellular News พบว่า มือถือ “Smart Phone” ขายไปได้กว่า 173.8 ล้านเครื่อง โดย 3 ผู้ผลิตมือถือยักษ์ใหญ่ของโลก อย่าง Nokia , Research in Motion หรือ RIM ผู้สร้าง Blackberry และ Apple ผู้ให้กำเนิด iPhone

เป็นการเติบโต ประมาณ 15% เมื่อเทียบกับจำนวนที่ขายได้ ในปี 2008 ซึ่งนับว่าสูงพอสมควร

clip_image002

(รายงานยอดขายของ “Smart Phone” ทั่วโลก โดยเว็บไซต์ “Cellular News”)

สำหรับเมืองไทย ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ 3 ค่าย ต่างผลักดัน “Smart Phone” กันอย่างหนัก

เริ่มต้นปี 2552 กับการเปิดตัว “iPhone” ครั้งแรกในประเทศไทย ของค่าย ทรูมูฟ

ช่วงกลางปี มือถืออย่าง “Blackberry” ก็สามารถสร้างปรากฏการณ์ จากการจุดกระแสของ เอไอเอส

ส่งท้ายปี ปรากฏการณ์ “Blackberry สีขาว” ก็กลายเป็นกระแสที่ ดีแทค ช่วยนำ “Blackberry” ออกสู่ตลาด Mass มากขึ้น

ยอดขายรวมกันของทั้ง iPhone และ Blackberry ของทั้ง 3 ค่าย กว่า 200,000 เครื่อง ย่อมการันตีถึงความสำเร็จของ “Smart Phone” ได้เป็นอย่างดี

ด้วยระดับราคาที่ลดลง ทำให้ ปัจจุบัน ตลาด “Smart Phone” ได้เริ่มก้าวเข้าสู่ ตลาด Mass เข้าไปแข่งกับมือถือทั่วๆไป ที่เรียกกันว่า “Feature Phone” หรือ “Basic Phone” มากขึ้น และจะค่อยๆแย่งชิงส่วนแบ่งจากตลาดนี้เพิ่มขึ้น อย่างไม่ต้องสงสัย

การที่ผู้ใช้มี “มือถืออัจฉริยะ” อยู่ในมือนั้น เปรียบเสมือน การมีคอมพิวเตอร์ เครื่องเล็กๆ อยู่ในมือ

ผู้ใช้ สามารถใช้งานแอพลิเคชั่นต่างๆที่ช่วยในการติดตามข่าวสาร เช็คข้อมูลหุ้น เล่นเกมส์ ใช้จดบันทึกโน้ต ตารางนัดหมายอื่นๆ

ที่สำคัญ คือ ใช้อินเตอร์เน็ต เข้าเว็บ แชท ได้อย่างง่ายและสะดวก สบายกว่าที่เคยใช้ในอดีต

เพราะ “Smart Phone” ยุคใหม่ ถูกออกแบบมาให้ใช้งานอินเตอร์เน็ต โดยที่ได้รับประสบการณ์ รูปแบบใกล้เคียงกับที่ใช้บนจอคอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่

ตอบสนองกลุ่มผู้ใช้ขนาดใหญ่ ที่เดิมมีความต้องการนี้อยู่ก่อนแล้ว และมือถือในตลาดตอนนั้น ไม่สามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้

เมื่อมี “Supply” ออกมารองรับ “Demand” จำนวนมหาศาล

ด้วยความสามารถเครื่องที่โดนใจ ทำให้ยอดขาย “Smart Phone” ทั่วโลก ขายได้ถล่มทลาย

clip_image004

(การเติบโตของการอินเตอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ จากรายงานของ “Quantcast”)

จากรายงานของ “Quantcast” บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการเก็บสถิติบนเว็บและมือถือ พบว่า ส่วนแบ่งตลาด ของการใช้งานอินเตอร์เน็ตบนโทรศัพท์ เพิ่มขึ้นกว่า 149% และ มีการเติบโตสูงทั่วโลก โดยเฉพาะในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป

clip_image006

(การใช้อินเตอร์เน็ตจากโทรศัพท์ “SmartPhone” และ โทรศัพท์ทั่วไป ของ “Morgan Stanley”)

จากรายงานวิจัยของ “Morgan Stanley” ของเดือน ธ.ค. 2552 พบว่า โทรศัพท์มือถือ “iPhone” ของ Apple มีอัตราการใช้งานอินเตอร์เน็ตอยู่ในเกณฑ์ที่สูงมาก เมื่อเทียบกับโทรศัพท์ทั่วไป และยังสูงกว่า “Smart Phone” คู่แข่งจากผู้ผลิตรายอื่นๆ

จากรายงานนี้สามารถสรุปได้ว่า ผู้ใช้งานโทรศัพท์ จะใช้อินเตอร์เน็ตบนมือถือ มากขึ้นกว่าปกติมาก เมื่อมี “Smart Phone” หรือ “iPhone” อยู่ในมือ

นอกจากการถือกำเนิดของ “SmartPhone” ที่มีส่วนให้การใช้งานอินเตอร์เน็ตบนมือถือ เติบโตขึ้นอย่างมากแล้ว

ยังมีส่วนช่วยให้ “เว็บเครือข่ายสังคมออนไลน์” (Social Networking) อย่าง Facebook, Twitter มีการใช้งานสูงขึ้นอย่างมากเช่นกัน

clip_image008

(สถิติจาก “Flurry Analytics” บอกว่าผู้ใช้ “SmartPhone” นิยมใช้เพื่อเข้าถึงบริการ “เครือข่ายสังคมออนไลน์” มากที่สุด)

เนื่องจากจำนวนฐานผู้ใช้ “เว็บเครือข่ายสังคมออนไลน์” เหล่านี้มีจำนวนมากอยู่แล้ว และพฤติกรรมของผู้ใช้ ที่ต้องการใช้งานแบบทุกที่ ทุกเวลา ทำให้ “Smart Phone” เข้ามาตอบโจทย์นี้ได้อย่างลงตัว

จากรายงานของ Facebook เอง พบว่า มีจำนวนผู้ใช้บนโทรศัพท์ ในปัจจุบัน 100 ล้านคน จากสมาชิกทั้งหมด 400 ล้านคน หรือ คิดเป็น 25% เป็น 2 เท่า จากเมื่อ 6 เดือนก่อน

ปัจจัยหลัก มาจาก การเติบโตของตลาด “SmartPhone” นั่นเอง

การเติบโตของ “SmartPhone” ทำให้ บริการทุกอย่างที่ต้องการการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้รับความนิยมสูงมากขึ้น และยังทำให้จำนวนผู้ใช้ “Mobile Internet” ทั้งผ่านเครือข่าย 2G(EDGE/GPRS) และ 3G เติบโตสูงตามไปด้วย

“SmartPhone” ต่อไป จะไม่ได้เป็นเพียง โทรศัพท์ เท่านั้น

แต่จะกลายเป็น “Multimedia Integrated Devices” หรือ อุปกรณ์ที่รวมความบันเทิงทั้งภาพ เสียง วิดีโอ อินเตอร์เน็ต ความสามารถไม่แพ้คอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

โทรศัพท์จะกลายเป็นเพียง Function หนึ่งในการใช้งาน ของอุปกรณ์ตัวนี้

ผู้คนจะพก “Smart Phone” แทนโทรศัพท์แบบ “Basic Phone” ด้วยระดับราคาที่ลดลงมาอย่างต่อเนื่อง

จำนวนผู้ใช้ “Mobile Internet” จะขยายตัวแซงหน้า จำนวนผู้ใช้ ADSL ตามบ้านไปไกล

การบริโภคข่าวสาร ข้อมูล และอินเตอร์เน็ต จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนในสังคม

จนทำให้เกิดวัฒนธรรมใหม่ๆ เช่น วัฒนธรรม BB , วัฒนธรรมการ “เม้นท์” กลุ่มเพื่อน , การบอกกับกลุ่มเพื่อนว่า ตัวเองกำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน

นี่คือ ผลกระทบที่เริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จากการเติบโตของตลาด “SmartPhone” และการใช้งาน “Mobile Internet”

วันนี้ คุณ ใช้ “SmartPhone” แล้วหรือยัง?