กฏหมายกับ Sharing Economy

Jun 15, 2016 1 min read
กฏหมายกับ Sharing Economy
Instagram @good.citizen
Photo by Humphrey Muleba / Unsplash

ธุรกิจเทคโนโลยีที่กำลังมาแรงมาก เป็นปรากฏการณ์ไปทั่วโลก และยังเป็นข่าวพาดหัวในไทยอยู่บ่อยครั้ง คือ ธุรกิจประเภท Sharing Economy ที่ใครหลายคนมองว่า ได้เข้ามา disrupt ธุรกิจดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็น Uber ที่มา disrupt รถแท๊กซี่ Airbnb ที่เข้ามา disrupt โรงแรม โดยสิ่งที่มอบให้ผู้ใช้ คือ ความสะดวกสบาย รวดเร็ว มีค่าใช้บริการที่ถูกกว่า

แต่ปัญหาที่เจอในเกือบทุกประเทศ คือ บริการ Sharing Economy เหล่านี้ อาศัยช่องว่างของกฏหมายแต่ละประเทศ ในการให้บริการ จนกลายเป็นปัจจัยสำคัญสุดที่ฉุดรั้งความร้อนแรงของมันไป

GRAB courier makes delivery
Photo by Kseniia Ilinykh / Unsplash

สำหรับคนที่มองว่า Uber หรือ Grab เป็นสุดยอดบริการที่มา disrupt ธุรกิจเดิมๆ เพื่อ consumer อย่างแท้จริง อยากให้ลองเปิดใจรับฟังมุมมองอีกมุมดูว่าเป็นยังไงนะครับ

ธุรกิจประเภท Sharing Economy (ถ้าพูดถึงบริการอย่าง Uber เราเรียกว่า ridesharing) จะมีหลักๆอยู่ 2 มุมครับ คือ

  1. มุมของ consumer (พวกเรา ผู้ใช้บริการ) อยากได้อะไร ผลประโยชน์โดยตรงที่เกิดกับผู้ใช้มีอะไรบ้าง
  2. มุมของผู้ประกอบการ (ทั้งรายเดิมและรายใหม่) ได้และเสียอะไร

เรามักจะมองกันแต่มุมของตัวเราเองเป็นส่วนใหญ่ ว่าอยากได้ (ความสะดวกสบาย รวดเร็ว ค่าบริการที่ถูก หรือคิดว่าเหมาะสม)

แน่นอนครับว่าทุกคนก็อยากได้เหมือนกัน เพราะเป็นผลประโยชน์กับตัวเราโดยตรง

แต่ถ้าลองถอยออกมาซักก้าว มองในมุมที่กว้างขึ้น เราจะได้เห็นมุมที่เกี่ยวข้องกับคนกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่ตัวเรา

เช่น มุมที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ประกอบการเดิม ที่กว่าเค้าจะได้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ เค้าต้องผ่านขั้นตอนต่างๆมากมาย ต้องเสียภาษีตามประเภทการใช้งานจริง ต้องถูกตรวจสอบ verify ยังไงบ้าง ตามที่กฏหมายกำหนดไว้

ในขณะที่ธุรกิจประเภท Ridesharing มาโดยทางลัด ใช้ถนน ใช้ทรัพยากรสาธารณะมากกว่าใครคนอื่น เพื่อธุรกิจของตัวเอง แต่เสียภาษีเท่ากับประชาชนทั่วไป ในรูปแบบบุคคลธรรมดา

ถ้ามองดีๆ เค้าเหมือนกำลังเอาเปรียบเราอยู่ (หรือถ้าจะเปรียบเทียบสั้นๆ คล้ายอารมณ์สิบล้อที่บรรทุกน้ำหนักเกิน ทำถนนเสียหายมากกว่ารถเก๋ง แต่เสียภาษีเท่ารถเก๋ง)

ทรัพยากรต่างๆ เรามีจำกัด ไม่ได้มีอย่าง unlimited สำหรับคนทุกคน กฏหมายมีเจตนารมณ์ที่จะเข้ามาช่วยแบ่งสรรปันส่วน ทรัพยากรเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์กับทุกคน โดยรัฐเป็นผู้ควบคุมกติกา รักษากฏหมายนี้

เช่น ทำไมต้องมีระบบวิน ก็เพราะมีปัญหาวิ่งทับซ้อนเส้นทาง ทำมาหากินกันข้ามเขต จนเป็นเรื่องราวใหญ่โต ทะเลาะจนถึงขั้นยิงกันตายมาแล้ว

จึงต้องมีการกำกับและกำหนดขอบเขต

กฏหมายนอกจากช่วยแบ่งสรรทรัพยากร กระจายโอกาสในการทำมาหากินอย่างเท่าเทียมแล้ว ยังช่วยในแง่ความเป็นธรรมด้วย เช่นเรื่องค่าโดยสาร ที่ถูกกำหนดและเขียนแสดงไว้อย่างชัดเจน (ลองสังเกตดู ตามวิน จะมีป้ายค่าโดยสาร จากเดิมที่ไม่มี ทำให้จะเก็บเท่าไหร่ก็ได้ตามที่วินหรือผู้ขับขี่ต้องการ)

หรือเรื่องเสื้อประจำวิน บัตรประจำตัวผู้ขับขี่วิน ก็มีการตรวจสอบประวัติคนขับขี่ ต้องขอใบอนุญาตขับขี่รถสาธารณะ ตัวรถเองก็ต้องมีการตรวจเช็คสภาพตามกฏหมาย เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ

สารพัดขั้นตอนทางกฏหมายเหล่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นมาเพื่อให้ผู้ใช้บริการไม่ได้รับความสะดวกสบาย

แต่เป็นการควบคุม กำกับ กระจายโอกาส สร้างความชัดเจน กับผู้ให้บริการและคุ้มครองผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นประโยชน์กับทุก stakeholders และใครก็ตามที่เป็นผู้ให้บริการรายใหม่ ก็จะต้องทำตามกฏเกณฑ์และขั้นตอนที่กำหนดไว้ เพื่อความแฟร์

แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือ ธุรกิจประเภท Sharing Economy ลัดขั้นตอนต่างๆเหล่านี้ และไม่อยู่ภายใต้กฏเกณฑ์เดียวกับผู้ประกอบธุรกิจรายเดิม โดยการอาศัยช่องว่างทางกฏหมาย จนผู้ประกอบธุรกิจเดิม รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะกฏหมายใช้กับพวกเค้าอย่างเคร่งครัด แต่กับธุรกิจใหม่ กลับไม่ได้ถูกเอามาใช้บังคับ

แต่ถ้าปัญหาเกิดจากการไม่บังคับใช้กฏหมายกับธุรกิจเดิมดีพอ จนเกิดการ disrupt แบบไม่ถูกกฏหมายขึ้นมา แล้วเราจะเรียกร้องให้บังคับกฏหมายกับธุรกิจแบบใหม่ ก็ฟังดูไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่

ประเด็นเรื่องกฏหมาย กับการบังคับใช้อย่างเท่าเทียม เป็นประเด็นที่มีปัญหาไปทั่วโลก จนมีการเรียกร้องให้แก้ไขกฏหมาย เพราะอาจจะไม่เหมาะสมกับยุคสมัยและสถานการณ์ปัจจุบัน

แต่ถ้าต้องแก้ไขกฏหมาย ก็ต้องแก้เพื่อคนทุกคนทุกกลุ่ม ไม่ใช่แก้เพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และน่าจะต้องฟังความเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

วิธีการแก้กฏหมาย เราใช้แบบการทำ whitepaper ที่วงการ startup ทำ ก็ดีนะครับ จะได้ฟังด้วยว่า คนที่ทำมาหากินด้านนี้เค้าต้องการหรืออยากให้ช่วยด้านไหนบ้าง มีปัญหาอะไรบ้าง

ในฐานะผู้ใช้ เราสนับสนุนบริการที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบาย แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ความเท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติ ภายใต้กรอบกติกาเดียวกัน

เหมือนที่เกิดขึ้นในเมือง San Francisco ต้นกำเนิด Uber ที่เพิ่งออกกฎบังคับให้ผู้ขับ Uber กว่า 37,000 คน ต้องขอใบอนุญาตขับขี่เชิงพาณิชย์เหมือนกับคนขับ Taxi อีกแสนกว่าคน รวมไปถึงประเด็นข้อกฎหมายอีกหลายประเด็นเหมือนที่เจอในบ้านเราและเค้าก็กำลังแก้ไขกันอยู่

Join the conversation

Great! Next, complete checkout for full access to Worawisut.com.
Welcome back! You've successfully signed in.
You've successfully subscribed to Worawisut.com.
Success! Your account is fully activated, you now have access to all content.
Success! Your billing info has been updated.
Your billing was not updated.