Press "Enter" to skip to content

การมาของ iPad ส่งผลกระทบต่อตลาด Netbook ทั่วโลกจริงหรือ?

หลังจากที่ iPad วางจำหน่ายได้เพียง 28 วัน สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 1 ล้านเครื่อง ยอดดาวน์โหลด “แอพ” กว่า 12 ล้านครั้ง และมี E-Book ถูกดาวน์โหลดไปกว่า 1.5 ล้านครั้ง

ทุบสถิติ iPhone ที่กว่าจะขายได้ 1 ล้านเครื่อง ต้องใช้เวลาถึง 74 วัน

นี่ยังไม่นับรวม iPad 3G ที่ว่ากันว่า จะขายได้ดีกว่ารุ่น Wifi มากนัก เพราะช่วยให้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้จากทุกที่ ทุกเวลา ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตมือถือ ทั้ง 3G และ EDGE/GPRS

และยอดขายทั้งหมดนี้ เฉพาะในตลาดสหรัฐฯเท่านั้น เพราะยังไม่ได้มีการวางขายในประเทศอื่นๆ

Apple เตรียมจำหน่าย iPad ใน 9 ประเทศ สิ้นเดือน พฤษภาคม และเพิ่มอีก 9 ประเทศ ในเดือนกรกฎาคม

เชื่อว่าถึงวันนั้น iPad คงมียอดขายเพิ่มมากกว่านี้ หลายเท่าตัวนัก

ในการเปิดตัวครั้งแรกของ iPad ตัว Steve Jobs เอง ได้ให้นิยามว่าเป็น “Third Category Device” ที่จะเข้ามาทดแทน Netbook ที่ทั้งช้า และมีคุณภาพจอที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

ในช่วงเวลานั้น มีผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมหลายคน ออกมาให้ความเห็นแย้ง ว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะ เป็นอุปกรณ์คนละประเภท โดยมองว่า iPad เป็นเพียงอุปกรณ์เสริมเพื่อความบันเทิงทางมัลติมีเดีย และการใช้งานอินเตอร์เน็ตเท่านั้น

แต่จากข้อมูลของ “Morgan Stanley” พบว่า ยอดขาย Netbook ในสหรัฐ ลดลงอย่างฮวบฮาบ จนแทบจะเรียกได้ว่า การเติบโตของตลาด “หยุดชะงัก”

เดือน กรกฎาคมของปี 2552 ตลาด Netbook เติบโตสูงถึง 641% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน จากนั้นก็รักษาระดับได้เกินหลักร้อยกว่าเปอร์เซ็นต์ จนกระทั่งถึงช่วงปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงที่ iPad ประกาศเปิดตัว การเติบโตของตลาด Netbook ดึ่งลงเกินกว่าครึ่ง

clip_image002

(ข้อมูลการเติบโตของตลาด Netbook จาก Morgan Stanley)

และเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเดือนที่ iPad วางจำหน่าย ยอดขายของ Netbook ทั่วสหรัฐ ถึงกับดึ่งลงเหว จนแถบจะเรียกได้ว่า “หยุดชะงักงัน”

คนทั้งสหรัฐ ชะลอการตัดสินใจซื้อ Netbook และมีกลุ่มใหญ่ที่ตัดสินใจซื้อ iPad มาใช้แทน

ในฐานะที่ผมเคยใช้ Netbook และตอนนี้ก็ใช้ iPad อยู่

เรียนตามตรงว่า iPad ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีกว่า Netbook ในเกือบทุกด้าน

ทั้งการใช้งาน Internet ที่สามารถดูเว็บต่างๆได้แบบเต็มหน้า สามารถใช้นิ้วควบคุมทิศทางบนหน้าเพจ การซูมเข้าอออกเพื่อขยายดูเฉพาะจุด

การใช้อีเมล์ การแชท ด้วย Instant Messenger ของค่ายต่างๆ iPad ก็มี “แอพ” ออกมารองรับอย่างครบถ้วน ด้วยหน้าจอการออกแบบการใช้งานที่สวยงาม และลูกเล่นที่สู้โปรแกรมบน PC สบายๆ

หรือถ้าเป็นผู้ใช้ที่ติดบริการ Social Networking ตัว iPad เองก็มี “แอพ” อย่าง Twitter , Facebook ให้ใช้หลากหลายตัว มีตัวเลือกเยอะกว่า โปรแกรมบน PC เสียอีก

ใน iPad รุ่น Wifi+3G ก็สามารถใส่ “Micro SIM” หรือ “SIM” แบบธรรมดา ที่ตัดให้พอดีช่องเสียบ แล้วใช้งาน EDGE/GPRS หรือ 3G ได้ทันที เป็นการช่วยอำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อ ใช้งานอินเตอร์เน็ตอย่างมาก เพราะไม่ต้องหาจุดเชื่อมต่อ Wifi ไม่ต้องเสียบ Aircard ให้วุ่นวาย (รุ่น 3G ผมลอง “ตัด SIM” เสียบใช้งาน EDGE/3G ได้ปกติเลยครับJ)

ด้านการใช้งานอินเตอร์เน็ต เรียกได้ว่า iPad กินขาด ไม่ใช่ในแง่ Software แต่เป็นในแง่ “User Experience” หรือประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่า

และที่เหนือไปกว่านั้น iPad รุ่น Wifi+3G ยังมี “GPS” ใส่มาให้ด้วย

ผู้ใช้สามารถโหลด “แอพ” GPS Navigator ที่มีให้เลือกหลายตัวและใช้กับประเทศไทยได้ มาใช้งานทดแทน GPS Navigator ติดรถยนต์ที่ขายกันหลายพัน-หมื่น ในปัจจุบันได้ทันที

แทบจะเรียกได้ว่า ซื้อ iPad คุ้มกว่า Navigator แบบเดิมเยอะ

ในแง่ความบันเทิง และมัลติมีเดีย ตัว iPad เองก็มี “แอพ” ให้เลือกใช้เยอะมาก ทั้ง “แอพ” ดูตัวอย่างหนัง วิดีโอคลิบ ต่างๆด้วยคุณภาพระดับ “Hi Definition” อย่าง “IMDb” การดาวน์โหลดหนังสือ E-Book จาก “iBookStore” หรือแม้แต่ Comic ที่เป็นรูปภาพ สีสันสดใส โดยผู้ผลิต Content การ์ตูนชั้นนำของโลก อย่าง Marvel Comic

clip_image004

clip_image006

ด้วยการสนับอย่างดีจากบรรดาผู้ผลิต Content ยักษ์ใหญ่ของโลก ทำให้ iPad ดูโดดเด่นยิ่งกว่า ในการเข้าถึง Content ชั้นนำและคุณภาพสูง

อีกทั้ง ด้วยขนาดหน้าจอที่สูสีกับ Netbook แต่คุณภาพจอแบบ IPS ที่คมชัด สีสันสดใส และมองเห็นได้ชัดเจนจากทุกมุม เหนือกว่าคุณภาพของNetbook ทั่วไปที่มีระดับราคาใกล้เคียงกัน

จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ มีผู้คนยกย่อง iPad ว่าเป็น “Multimedia Consumption Device” ที่ดีที่สุดในโลก ในตอนนี้

ยิ่งถ้ามามองในเรื่องของการเล่นเกมส์ อาจจะเรียกได้ว่า iPad ชนะขาด เพราะในปัจจุบัน iPhone Platform เรียกได้ว่าเป็น Game Platform ที่ประสบความสำเร็จที่สุด ด้วยจำนวนเกมมหาศาล มากกว่าเกมบนเครื่อง Nintendo DS และ Playstation Portable (PSP) ของ Sony เสียอีก

บทความล่าสุดใน “Times Magazine” ยังบ่งบอกชัดเจนว่า “ซาโตรุ อิวาตะ” ประธานกรรมการบริหารของนินเทนโด กล่าวกับคณะผู้บริหารว่า พวกเข้าได้มองข้ามสงครามในอุตสาหกรรมเกม กับ “Sony” ไปแล้ว และ “iPhone และ iPad” เป็น “Enemy of the Future” ของนินเทนโด

สิ่งเดียวที่ iPad อาจจะเป็นรอง Netbook อยู่บ้าง คือ การใช้งานด้าน Business

เนื่องจาก Microsoft Office เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงาน ทั้งการทำงานเอกสาร Presentation และ Spreadsheet

แทบจะเรียกได้ว่า Microsoft Office เป็น Killer App ของ PC เลยก็ว่าได้

แต่ ทาง Apple ก็รู้ข้อจำกัดข้อนี้ดี จึงพัฒนาชุดออฟฟิศ “iWork” ซึ่งโด่งดังมากบน แมคอินทอช มาใส่ไว้ใน iPad ด้วย

แทบจะลบจุดอ่อนไปได้ทันที เนื่องจาก ความสามารถของ “iWork” นั้น ทัดเทียมกับ Microsoft Office ทั้งตัว “Pages” ที่ประกบคู่กับ MS Word , “Keynote” ที่ประกบคู่กับ “MS Powerpoint” และ “Numbers” ที่ประกบคู่กับ “MS Excel”

clip_image008(หน้าตา “iWork”)

ด้านการใช้งาน “iWork” สามารถเปิดไฟล์ และ บันทึกไฟล์ใน format ของ MS Office ได้อีกด้วย

เรียกได้ว่า ถ้าจะทำงาน Office ผู้ใช้ iPad มี “iWork” เป็นตัวเลือกที่ดี ไม่แพ้ผู้ใช้ Netbook ที่มี MS Office

แต่ที่จะสู้ไม่ได้เลย ก็คือ ลักษณะการใช้งานของ iPad เอง

ถ้าจะทำงานแบบจริงจัง ตัว iPad ไม่มี “Hard Keyboard” แบบ Netbook ทำให้ต้องใช้ “Soft Keyboard” บนหน้าจอแทน ซึ่งไม่สะดวกและไม่คล่องตัวเท่าไหร่

อีกทั้ง ในการทำงาน Netbook ก็เหมือน Notebook/Desktop ทั่วไป คือ วางบนโต๊ะ และใช้งาน

แต่ iPad นั้น ผู้ใช้จะต้องใช้มือถือไว้ตลอดเวลา หรือถ้าจะวางบนโต๊ะ การมองหน้าจอ ก็จะเป็นลักษณะมองแบบ “บนลงล่าง” ซึ่งผิดหลักของการวางท่าในการทำงาน (ทำให้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อคอ ไหล่) และไม่อยู่ในระดับสายตา

iPad จึงไม่เหมาะกับการใช้งานแบบ “จริงจัง” ในการทำงานเอกสาร

แต่ Apple ก็พยายามแก้ไข ด้วยการ ออก “Dock” หรือแท่นวาง iPad โดยใช้วางบนโต๊ะ ในลักษณะมุมเอียง เหมือนหน้าจอ Notebook

และมี Keyboard ให้เลือก ทั้งแบบติดกับ “Dock” เลย หรือ เป็นแบบ แยกอิสระและไร้สาย เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth

เรียกได้ว่า Apple ตั้งใจ ออกแบบ iPad ให้มาชนกับตลาด Netbook อย่างจริงจัง โดยมีการวางแผนมาอย่างดี ทั้งในแง่ Software , Hardware และ Content ต่างๆ

แถมตั้งราคาถูก ชนิดหักปากกาเซียน ด้วยระดับราคาเท่ากับ Netbook รุ่น กลาง-บน

งานนี้ นอกจาก Apple จะสร้างตลาด Tablet ขึ้นมาใหม่แล้ว ยังบดขยี้ตลาด Netbook ไปในตัว

และคงไม่ใช่เฉพาะตลาดสหรัฐฯเท่านั้น แต่จะลามไปยังอีก 18 ประเทศที่จะวางจำหน่าย iPad และมีผลกระทบต่อตลาด Netbook ทั่วโลก อย่างไม่ต้องสงสัย

แบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนๆ
worawisut
worawisut

View all posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *