Press "Enter" to skip to content

สวัสดีปีใหม่ 2019

มาแบบเลทๆหน่อย

ปี 2018 เป็นปีที่ผมไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรหวือหวา มีท้ังดีและไม่ดี เป็นธรรมดาในแต่ละปี

ถ้าจะให้ define ปี 2018 ของตัวเอง คงเป็นปีที่การทดลอง (Experiment) เพราะตั้งเป้าหมายไว้ว่า ช่วง 3 ปี นับจากนี้ จะต้องเป็นช่วงที่ “Reinvent & Redefine” ตัวเอง สร้างตัวตนขึ้นมาใหม่ เพื่อจะได้ใช้ชีวิต วัยกลางคน อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

ตาม Roadmap แล้ว ต้องลองผิดลองถูกเยอะนิดนึง เฟลบ้าง เวิร์คบ้าง ได้เรียนรู้ว่า อะไรใช่ อะไรไม่ใช่

จากที่เคยทำอะไรเยอะๆ ก็ลดลงมาหน่อย อะไรไม่สำคัญ ก็เลือกตัดทิ้งไปเลยอย่างไม่เสียดาย

ตรงตาม New Year Resolutions 2018 ที่ตั้งไว้ คือ การตั้งโฟกัส (Focus) และ การทำน้อยได้มาก (Less is more) เป๊ะ

สามารถ acquire skills ใหม่ๆ ที่มาเติม core competencies ของตัวเองได้หลายอย่าง

แม้ว่าอาจจะยังไม่อยู่ในระดับที่พอใจ (โลภ อยากเก่งไวๆ 55) แต่ก็ถือว่าได้วิชาติดตัวเพิ่มมาบ้าง

Goals ที่ไม่สำเร็จ ก็มีเยอะ ทั้งเรื่องการลดน้ำหนัก การกิน การออกกำลังกาย การนั่งสมาธิ ฝึกฝนจิตใจ

เป็นเรื่องของวินัยและ commitment ล้วนๆ โทษใครไม่ได้เลย (เพื่อนที่มาชวนกินขนม ก็ชวนได้เหมือนเดิมนะ ชอบกิน แต่อาจจะไม่ได้กินเยอะเหมือนก่อน TT)

สรุปคะแนนทั้งปี ให้ตัวเองผ่านแบบลำเอียงหน่อยๆ เพราะความล้มเหลวทั้งหมดที่ผ่านมา เราได้บทเรียน ได้เรียนรู้ความผิดพลาด


สำหรับการตั้งปณิธานปีใหม่ New Year Resolutions 2019 มีข้อเสนอแนะ อยากให้ลองทำไปด้วยกัน

  1. วาดภาพตัวเราในเวอร์ชั่นใหม่ (Define the next level of yourself or “New YOU”)

ผมหยิบยืมแนวคิดนี้มาจากการดูดรากอนบอลซุปเปอร์ เพราะทั้งโกคูและเบจิต้า ต่างต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดของซุปเปอร์ไซย่า เพื่อเป็นที่หนึ่งในจักรวาล

การ์ตูนอาจดูไร้สาระสำหรับหลายคน แต่ผมดูเรื่องนี้จบ ตาสว่างเลย การ define “New YOU” เป็นแบบนี้นี่เอง

ถ้าจะพูดให้ดูมีสาระวิชาการหน่อย แนวคิดนี้ คือ หลักการ OKR (Objective Key Result) นั่นเอง

Objective – เก่งขึ้น

Key Result – การเป็นซุปเปอร์ไซย่าบลู

สิ่งที่เราจะได้จากข้อนี้ คือ การกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนขึ้น รู้ว่าจะทำยังไงให้สำเร็จ สำเร็จแล้วนี่จะเกิดอะไรขึ้น

ได้ตาราง OKR ของตัวเองในปี 2019

สามารถรีวิว ปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ (ทุกเดือน ทุกสามเดือนก็แล้วแต่เลย)

(จริงๆ ไม่ต้อง New YOU ก็ได้นะ แบบ ไปเที่ยวต่างประเทศ เก็บเงินซื้อบ้าน ซื้อ iPhone ใหม่ ก็ได้หมด แล้วแต่เป้าหมายของแต่ละคน)

ข้อต่อมาที่อยากเสนอให้ลองทำ คือ


  1. รีวิวชีวิตตัวเองทุกวัน (Everyday in Review)

แทนการทำ Year in Review รายปี

เป็นหลักการคิดที่หยิบยืมมาจาก “Lean startup” คือ “Build – Measure – Learn”

การรีวิวชีวิตตัวเองทุกวัน จะช่วยสร้างกระบวนการทบทวนและเรียนรู้ เพื่อปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข ในทุกๆวัน

วิธีการ ก็ทำง่ายๆ ด้วยการ “เขียนบันทึก” ทุกคืน ก่อนนอน ซัก 15 นาที

กำหนดหัวข้อไว้คร่าวๆ เช่น เรื่องงาน ความรัก ความสัมพันธ์ การกิน การนอน การออกกำลังกาย เรื่องที่ทำให้อารมณ์ดี เรื่องที่ทำให้อารมณ์ไม่ดี

แล้วก็ remark ไว้หน่อยว่า มีอะไรที่ได้เรียนรู้จากมันบ้าง และควรจะแก้ไขมันอย่างไร

สิ่งที่เราจะได้จากการทำข้อนี้ คือ การสร้าง self awareness หรือ การรู้จักตัวเอง ที่จะนำไปสู่การบริหารจัดการตัวเอง (managing oneself) ซึ่งเป็นสุดยอดทักษะ ในการจัดการกับตัวเอง

ชีวิตเรา เรากำหนดเอง ไม่ต้องให้ฟ้าหรือให้ใครมากำหนด ถ้าเรา “รู้จักตัวเอง” และมีทักษะในการจัดการตัวเอง

ถ้าโยงกับเป้าหมาย “New YOU” ได้ยิ่งดีใหญ่


  1. ตามล่าหาเมนทอร์ (Finding mentors)

“ศิษย์ได้ดีเพราะมีอาจารย์ดี” เป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจากความจริง

วิธีคิดนี้ หยิบยืมมาจากมังกรหยก และสามก๊ก

คนโง่ ซื่อบื้อ แบบก๊วยเจ๋ง ตอนมีอาจารย์ เป็น เจ็ดประหลาดกังนั้ม ฝึกมาเป็นสิบปี ฝีมือก็ยังห่วยแตก ไม่ก้าวหน้าไปไหน

แต่พอได้ “ยาจกอุดร” อั้งชิกกง เป็นอาจารย์คอยชี้แนะ พร้อมกับความขยันเป็นทุนเดิม ฝีมือก๊วยเจ๋ง ก็พัฒนาจนขึ้นไปสู่ระดับยอดจอมยุทธ์แห่งยุคได้

ใครเคยอ่านสามก๊ก คงพอรู้ว่า ที่เล่าปี่ สามารถสถาปนาจ๊กก๊กขึ้นมาได้ เพราะสติปัญญา ความสามารถของขงเบ้ง

แต่บทบาทที่คนไม่ค่อยพุดถึง คือ “สุมาเต๊กโช” ซึ่งเป็นคนที่ให้แสงสว่าง ชี้ทิศทางที่ถูกต้อง ให้กับเล่าปี่

สุมาเต๊กโช มองเห็นจุดอ่อนเล่าปี่อย่างทะลุปรุโปร่ง และชี้ให้เห็นว่า ที่เล่าปี่ต้องตกระกำลำบาก ไม่สามารถก่อร่างร้างตัวได้ เพราะขาดกุนซือคู่คิดที่สามารถพลิกชะตาแผ่นดินได้

หาใช่การมีกุนซือเป็นบัณฑิตผู้รู้หนังสือธรรมดาอย่างซุนเขียน บิต๊ก อย่างที่เล่าปี่มีอยู่

ก่อนอำลาจากกัน สุมาเต๊กโช ได้ทิ้งปริศนาด้วยการเทน้ำจากกาลงบนโต๊ะ เขียนเป็นตัวอักษร คำว่า “ฮกหลง” กับ “ฮองซู” ให้เล่าปี่ได้งงเล่น

การสนทนาครั้งนั้น ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงชีวิตเล่าปี่ไปตลอดกาล

ภายหลัง ปริศนาทั้งหมดก็คลี่คลาย

เล่าปี่ ได้ทั้ง ฮกหลง (ขงเบ้ง) และ ฮองซู (บังทอง) เป็นกุนซือข้างกาย

ถ้าไม่ได้คำชี้แนะจากสุมาเต๊กโช เล่าปี่คงมองไม่เห็นจุดอ่อนตัวเองอันนี้ และคงยังเชื่อมั่นในตัวซุนเขียน บิต๊ก ต่อไป

ไม่มีทางได้ลืมตาอ้าปาก สถาปนาเป็นปฐมกษัตริย์แห่งจ๊กก๊กได้

การเลือก mentor มีหลักง่ายๆ

ให้มองหาคนที่มี “จังหวะการก้าวเดินและวิ่ง” ที่เร็วกว่าเรา

การสนทนาพูดคุยและอยู่กับคนที่เก่งกว่า จะทำให้เรารู้สึกอยากจะเก่งเหมือนอย่างเค้า

การถูก challenge ตลอดเวลา จะช่วยกระตุ้นให้เราใช้ความคิด ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่

แต่ถ้าเราคุย หรืออยู่กับคนที่อยู่ในระดับเดียวกันหรือด้อยกว่า จะทำให้เรารู้สึก comfortable สบายๆ เรื่อยๆ ยังไงก็ได้

Mentor เก่งๆ จะมองเห็น Blindspot ในตัวเรา รู้ว่าเรามีจุดบกพร่องตรงไหน สามารถชี้ทิศทาง และให้คำแนะนำได้ที่ดีได้

จะเป็นรุ่นพี่ที่ทำงาน หัวหน้างาน ผู้ใหญ่ที่เคารพ ก็ได้ทั้งนั้น

ทั้ง 3 ข้อนี้ เป็นวิธีการง่ายๆ ที่อาจจะช่วยสร้างตัวเองเวอร์ชั่นใหม่ได้ ลองทำกันดูไม่เสียหาย

ปี 2019 นี้ ขอให้คนอ่าน status นี้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง 🏋🏻‍♀️

คิดและวางแผนสิ่งใดไว้ ขอให้ทำสำเร็จในทุกสิ่ง 😎

ชีวิตคนเราสั้นนัก เวลามีจำกัดเพียงน้อยนิด อยากทำอะไร อย่าคิดเยอะ ทำเลย 😌

รัก ชอบ ใครก็รีบบอก ขอให้สุขสมหวังทุกคนครับ ☺️

แบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนๆ
worawisut
worawisut

View all posts

>