Press "Enter" to skip to content

Open Social Network : จุดบรรจบ ของสังคมออนไลน์

อ่าน ข่าว Google ได้เตรียมจะเปิดตัว Open Social API ซี่งเป็นการเปิด API เพื่อลิงค์กัน ระหว่าง Social Networking ยักษ์ใหญ่ของโลก คือ  Hi5.com (คนไทยรู้จักกันดี) , Orkut (ของ Google เอง), LinkedIn (สำหรับหางาน หรือหาธุรกิจ) , Friendster, Ning (ของอดีคผู้ก่อตั้ง Netscape) , Salesforce.com (Online Service เก็บเงินที่ประสบความสำเร็จที่สุดตัวหนึ่ง) ,Flixster, iLike, RockYou และสุดท้าย คือ Slide (ที่มักเห็นอยู่บน Hi5.com ประจำ)

ข่าวนี้ออกมา เชื่อได้ว่าสะเทือนโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากเป็นการร่วมมือกันระหว่างยักษ์ใหญ่ในวงการ Social Networking แล้ว ยังเป็นการท้ารบ ผู้ที่ร้อนแรงที่สุดอย่าง Facebook ที่เพิ่งขายหุ้นบางส่วนให้กับ Microsoft (ไม่รู้เพราะ Google แค้นรึเปล่าเลยยิงหมัดเด็ดแรงขนาดนี้ แต่ถ้า Google ได้ Facebook ไป เกมกระดานนี้คงจบ)

นี่เป็นเกม convergence ของโลกออนไลน์ล่ะครับ

เกม ของ กระดานนี้ เดิมพันกันอยู่หลายเรื่อง

1. การเปิด (Openness)

  • สร้าง Neutral Platform แล้วเปิดให้คนอื่นมา utilize asset ตรงนี้อย่างเต็มที่ เหมือนเปิดตลาดนัด ที่แต่ก่อนกั้นรั้วไว้เฉพาะให้ตัวเองใช้ประโยชน์ แต่ตอนนี้พังรั้วทิ้ง ให้ใครก็ได้เอาของมาตั้งขาย

ตรงนี้ ผมมองว่า Google ได้เปรียบ ตรงที่ความหลากหลายของ Network มากกว่า (เหมือนตลาดนัดที่ขายของที่ต่างกัน คนเดินตลาดต่างกัน พ่อค้าแม่ค้าที่ต่างกัน) มารวมกันโดยมีจุดร่วมอะไรบางอย่าง แต่ Facebook นั้น เริ่มจาก University Network และเพิ่งเปิดให้คนทั่วไปใช้ได้ไม่นาน

2. Development & Creativity Power

  • พอเปิดแล้วก็ต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ให้ใช้ สร้าง facilities ให้เยอะๆ คนจะได้ไปโฟกัสตรงที่สร้างอะไรมาขาย

ของ Google ยังไม่เห็นจริงๆ แต่หลักๆที่จะแชร์กันคือ API ที่เกี่ยวกับ Profile , Friends Information และ Activities ตรงนี้ผมมองว่า Facebook ได้เปรียบตรงที่เป็น First Mover มี developers มาร่วมด้วยเยอะมาก

แต่… มีแนวโน้มสูงมาก ที่ developers เหล่านั้นจะ port โปรแกรมที่เค้าสร้างขึ้นมา เพื่อไปใช้บน Open Social ของ Google ได้ เพราะตลาดกว้างกว่า

3. Cross Platform & Platform Integration

  • แต่ละ Social Networking มีจุดเด่นและจุดแข็งของตัวเอง มีตลาดและผู้ใช้เฉพาะ คิดภาพว่า ถ้าระบบปฏิบัติการทั่วโลกมันมี component หลักที่ integrate กันหมด เราเหมือนกับเขียนโปรแกรมแค่ตัวเดียว แต่เอาไปลงใช้ได้ทุกระบบ วันนี้อยากเข้าตัวนี้ อีกวันอยากเข้าอีกอัน เราก็ยังได้ใช้โปรแกรมนี้อยู่ แถมยังได้ข้อดีของระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกัน (อย่างน้อย User Interface ของแต่ละระบบก็สวยงามต่างกัน ทำให้ไม่เบื่อ — อันนี้แบบง่ายๆหน่อย)

Google ได้เปรียบ คล้ายๆข้อที่หนึ่ง คิดภาพว่า ถ้าเข้า Hi5 แล้วมีการแนะนำคนใน LinkedIn ที่ทำงานที่เดียวกับเรา ทำให้เรารู้จักคนอื่นใน Network ที่เราไม่เคยคิดจะไป เราเล่น Hi5 เพื่อหาเพื่อนเล่นเพื่อนคุย แต่อาจจะฟลุกได้คนมาร่วมกันทำธุรกิจจาก Network ของ LinkedIn ก็ได้

หรือเหมือนตัวอย่างระบบปฏิบัติการที่เพิ่งยกไป คือ ถ้าเป็นของ Google จะเขียนโปรแกรมทีเดียว เอาไปใส่ได้ทั้ง Hi5, Orkut, LinkedIn และอื่นๆ แต่ของ Facebook ก็เขียนแล้วใช้ได้แต่บน Facebook อย่างเดียว

เหมือน แนวคิด Write Once,Run Anywhere เลย (คุ้นๆมั้ยครับ…จาวา)

ทั้งหมดนี่ เรียกได้ว่า Facebook เห็นนี่หนาว แน่ๆ ครับ จากที่คิดว่าตัวเองแน่แล้ว ต้องเร่งหา partner เพิ่มบ้าง ซึ่งผมเดาว่า Microsoft หาได้แน่นอน

ผมให้ข้อสังเกตจุดหนึ่ง คือ Open Social ของ Google ขาด communication tools ที่แข็งแกร่งไป (Google Talk ก็โอเคนะ แต่คนใช้น้อย)
แต่ทาง Facebook มี Microsoft ซึ่งมี Windows Live Messenger อยู่

…แต่จากกรณีนี้ เป็นไปได้ว่าคนจะใช้ Google Talk มากขึ้นเยอะ นึกภาพ เข้า Hi5.com แล้วมี Google Talk Buddy List โผล่ขึ้นมาข้างๆ…

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้า Facebook+Microsoft ร่วมมือกับ Myspace และ Cyworld (อันดับหนึ่งในเกาหลี เค้ามี IM ชื่อ Nate ที่ดีกว่า MSN มาก)

ศึกครั้งนี้ ยังอีกยาวไกลครับ

แบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนๆ
worawisut
worawisut

View all posts

>