Press "Enter" to skip to content

Google Buzz หมากล้อม จาก Google

แม้ว่า Google จะถือว่าเป็นยักษ์ใหญ่อันดับ 1 ในโลกออนไลน์ ด้วยอาวุธที่ทรงพลานุภาพ อย่าง “Search Engine” ที่กลายเป็นอาวุธหลัก ในการบุกทะลวงบริการออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง “Google AdWord” และ “Google AdSense” ที่กลายเป็นอู่ข่าว อู่น้ำ สร้างผลกำไรเป็นกอบเป็นกำให้กับตน

แต่ Google กลับไม่สามารถก้าวเข้าไปปักธงในสมรภูมิ “Social Network” ได้เลย แม้ว่าตัวเอง จะมี “Orkut” อยู่ในมือ แต่ก็ได้รับความนิยมแต่ในประเทศ บราซิลและอินเดีย เท่านั้น

Google พยายามออก ผลิตภัณฑ์ออนไลน์อีกหลายๆตัว เพื่อใช้เป็นหมาก ในการเดินเกมรุก เข้าสู่สมรภูมิ “Social Network” ไม่ว่าจะเป็น “Open Social” ที่ออกมาเพื่อแข่งขันกับ “Facebook Platform” หรือจะเป็น “Google Friends
Connect” ที่ช่วยให้ ผู้ใช้ สามารถเป็น เพื่อนกัน ระหว่างเว็บไซต์ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกบนเว็บเดียวกัน แต่ก็ไม่สามารถต่อกรกับ “Facebook Connect” ที่ช่วยให้สมาชิก Facebook สามารถ Login เข้าเว็บไซต์ต่างๆที่เปิดให้ใช้ และ เชื่อมต่อ เข้าถึงสมาชิก Facebook คนอื่นๆ ได้

Google พลาดท่าให้กับ Facebook มาตลอด ในตลาด “Social Network”…

ปี 2009 ซึ่งเป็นปีทองของ “Social Network” ต่างๆ ทั้ง Facebook และ Twitter ที่พากันสร้างการเติบโตหลักหลายร้อยเปอร์เซ็นต์


Google เอง หมายมั่นปั้นมือเป็นอย่างมาก ด้วยการส่ง “Google Wave” ซึ่งเป็นเครื่องมือออนไลน์ที่ออกแบบมาช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำงานร่วมกันง่ายๆ โดยเน้นการสื่อสาร คล้ายๆ Twitter แบบกลุ่มย่อย + Email

ด้วยแนวคิดที่ดี ที่ตั้งใจจะทำให้ “Google Wave” เป็น “The Next Evolution of Email” แต่กลับกลายเป็นใช้ยาก และไม่สามารถสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับผู้ใช้ทั่วไปได้

“Google” จึงไม่สามารถแจ้งเกิด บนเวที “Social Network” ได้เสียที

(หน้าตาของ “Google Buzz”)

เปิดศักราชใหม่ “Google” จึงส่ง “Google Buzz” ออกมาท้าทายตลาด ตั้งแต่ต้นปี

“Google Buzz” เป็นบริการ “Social Network” เชื่อมโยงเป็นระบบเดียวกับ “Gmail” บริการ Email ยอดฮิตของ Google

ด้วยฐานผู้ใช้ “Gmail” ที่มีอยู่ประมาณ 160 ล้านคน ทั่วโลก จะช่วยให้จำนวนผู้ใช้ เริ่มต้นของ “Google Buzz” มีจำนวนมากมายมหาศาลได้ในพริบตา

รูปแบบบริการของ “Google Buzz” คือ “Status Update” คล้ายกับ Twitter และ Facebook

แต่ต่างกันตรงที่ ความเหมาะสมในการใช้งาน

ถ้าให้เปรียบเทียบ Twitter และ Facebook จะเหมาะกับการ บ่น การพูดคุย เรื่องทั่วๆไป หรือ ต้องการส่งข้อความอะไรบางอย่างให้ “Followers”

ส่วน “Google Buzz” นั้นเหมาะกับการแชร์และการตั้งคำถามและค้นหาคำตอบ

คล้ายๆกับ Webboard ที่มีเฉพาะกลุ่มเพื่อน ที่เป็น “Followers” ของเราเท่านั้น ที่เข้ามาอ่าน แชร์ และตอบได้

โดยใส่ความสามารถในการเชื่อมต่อกับบริการออนไลน์อื่นๆ ในตัว เช่น Twitter , YouTube , Flickr , Google Reader เพื่อให้การแชร์สามารถทำได้ง่ายขึ้น และบริการดังกล่าว ก็มีผู้ใช้อยู่จำนวนมากเช่นกัน

(ภาพ Google Buzz ที่ใช้บน SmartPhone ต่างๆ)

เนื่องจาก Twitter มีความเป็น Real-time สูง ทำให้การที่จะมีคนมาช่วยเราตอบคำถามที่เราถามไปแล้ว ยากยิ่ง จึงไม่เหมาะกับงานประเภทนี้

ส่วน Facebook ก็เป็นการ “Update Status” ของชีวิต เพื่อนๆใน Facebook ล้วนแต่แชร์เรื่องราวส่วนตัว ทั้งรูปถ่าย ความรู้สึก ความคิด ความเห็นต่างๆ ซึ่งไม่เหมาะกับงานประเภทนี้เช่นกัน

“Google Buzz” จึงเปรียบเสมือน สร้าง “Category” ใหม่ของการ “Update Status”

อาศัย “Gmail” เพราะผู้ใช้ มักจะต้องเปิดหน้านี้ทุกๆวันอยู่แล้ว เพราะมีทั้ง Email , Address Book และมี “Google Talk” ที่ช่วยให้สามารถพูดคุยกับเพื่อนที่ออนไลน์อยู่ ได้ทันที

เป็นการอาศัยประโยชน์จากพฤติกรรมการใช้งาน การร้อยเรียงบริการต่างๆเข้าด้วยกัน สร้างหมากอีก 1 ตัว ขึ้นมา พยายามล้อม คู่แข่ง

อีกทั้งเป็นการใช้ฐานที่มั่นเดิม บุกทะลวง ตลาดใหม่ เหมือนที่ใช้ “Search Engine” บุกตลาดค้นหาข้อมูลและทำโฆษณาออนไลน์ประสบความสำเร็จมาแล้ว

แม้จะไม่ง่าย ในการแข่งกับทั้ง Facebook และ Twitter

แต่ก็นับเป็นย่างก้าวน่าจับตามองยิ่ง ..

แบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนๆ
worawisut
worawisut

View all posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *