Apple vs. Tesla

Oct 15, 2015 1 min read
Apple vs. Tesla

เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สื่อไอทีทั่วโลกพร้อมใจพาดหัวข่าว ถึงคำพูดของ Elon Musk ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Tesla Motor ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อเยอรมัน ด้วยคำพูดที่วิพากษ์วิจารณ์ถึง Apple ค่อนข้างแรง ในประเด็นที่ Apple ดึงตัววิศวกรไปจาก Tesla หลายคน โดย Musk ให้สัมภาษณ์ว่า บรรดาวิศวกรที่ออกจาก Tesla ไปทำงานที่ Apple เป็นบุคคลที่ทาง Tesla ไม่ต้องการ และใน Tesla เองก็พูดถึง Apple ว่า เป็นสุสานของ Tesla (Tesla Graveyard)

Tesla Model 3
Photo by Austin Ramsey / Unsplash

จากข่าวนี้ ทำให้เราเชื่อมั่นได้ว่า สิ่งที่ร่ำลือกันมาหลายเดือนว่า Apple จะผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicle) น่าจะเป็นจริงแล้ว และตัว Elon Musk เองมอง Apple ว่าเป็นคู่แข่งของ Tesla มากกว่าบริษัทอื่นๆที่อยู่ในอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ซะอีก

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ Elon Musk เชื่ออย่างนั้น เพราะเค้าเชื่อว่า รถยนต์ในอนาคต จะต้องเป็นการหลอมรวมกันทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์เป็นแพลตฟอร์มหนึ่งเดียว เหมือนอย่างที่ Apple ทำ ซึ่งวิธีการคิดในการออกแบบผลิตภัณฑ์ของบริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่อื่นๆ มีขั้นตอนการคิด การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างออกไป

Photo by Austin Ramsey / Unsplash

ผู้ผลิตรถยนต์มองว่ารถยนต์ ประกอบด้วยฮาร์ดแวร์ส่วนต่างๆที่ทำงานแยกกัน แตกต่างกันไป เช่น ระบบเครื่องยนต์ ระบบจัดการเชื้อเพลิง ระบบป้องกันความปลอดภัย ระบบเบรค ระบบควบคุมความเร็ว และฮาร์ดแวร์แต่ละส่วนก็มีชุดควบคุมของตัวเอง สามารถแยกผลิตโดยโรงงานที่แตกต่างกันได้

ผู้ผลิตรถยนต์ทำหน้าที่ประกอบฮาร์ดแวร์ส่วนต่างๆเข้าด้วยกัน ใส่ระบบควบคุมที่ทำหน้าที่คล้ายระบบปฏิบัติการ คอยควบคุมการทำงานโดยรวมตรงกลาง และอาจจะมีอุปกรณ์เสริมที่รวมทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับรถจากผู้ผลิตอื่นๆ (เช่น ระบบ Navigator หรือเครื่องเสียง ดูหนัง ดูทีวี)

เปรียบเสมือนยุคพีซี ที่ผู้ผลิตอย่าง Dell , HP นำชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์มาประกอบเอง ใส่ระบบปฏิบัติการ Windows ของ Microsoft ลงไป และต้้องลงซอฟท์แวร์เพิ่มจากบริษัทอื่นๆเพื่อเพิ่มความสามารถ

ในขณะที่บริษัทอย่าง Apple หรือ Tesla มองว่าตัวเองต้องเป็นผู้ที่ออกแบบและควบคุมทั้งตัวฮาร์ดแวร์ ตัวระบบปฏิบัติการ และซอฟท์แวร์ต่างๆที่จำเป็นเอง เป็นแพลตฟอร์มเดียวเพื่อความเข้ากันได้ดีสุด และประสบการณ์การใช้ที่ดีที่สุด อย่างที่เราเห็น Apple สร้าง iPhone และ Mac รุ่นต่างๆออกมา

ผู้ผลิตสามารถออกเฟิร์มแวร์อัพเดทเพื่อแก้ไขปัญหา เพิ่มความสามารถให้กับรถยนต์ได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเข้าศูนย์ ไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นใหม่ เพื่อใช้งานฟีเจอร์ใหม่ๆ คล้ายๆกับการอัพเดท OS ของสมาร์ทโฟน

บริษัทรถยนต์ มองรถยนต์เป็นรถ ในขณะที่บริษัทเทคโนโลยี มองรถยนต์ เหมือนเป็นคอมพิวเตอร์ที่วิ่งได้

หลายคนอาจสงสัยว่าบริษัทผลิตรถยนต์น่าจะได้เปรียบ เพราะทำมานาน ย่อมมีประสบการณ์ ความชำนาญที่สูง

แต่จริงๆแล้ว แม้จะผลิตรถยนต์เหมือนกัน แต่รถยนต์ไฟฟ้ากับรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน เทคโนโลยีที่ใช้ผลิตฮาร์ดแวร์ที่เป็นส่วนประกอบของรถยนต์ก็ต่างกันมาก จึงเป็นเหมือนการแข่งขันคนละเกม คนละตลาดกัน

ด้วยวิธีคิดที่แตกต่างกัน ย่อมส่งผลต่อกระบวนการคิด ออกแบบ การผลิต supply chain ต่างๆทั้งหมด

ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ๆ น่าจะใช้เวลาหลายปี กว่าจะปรับเปลี่ยนทั้งกระบวนการ เพื่อสร้างรถยนต์พลังไฟฟ้าที่ล้ำสมัยออกสู่ตลาด

Tesla จึงไม่ได้มองผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ เป็นภัยคุกคามของตัวเอง เหมือนอย่างที่มอง Apple ในตอนนี้

แม้สื่อต่างๆ จะยกย่องว่า Tesla มีนวัตกรรมที่ล้ำกว่า Apple ไปไกล แต่ไม่มีก็ใครรู้ว่า Apple กำลังทำอะไรอยู่กันแน่ มีความคืบหน้าไปขนาดไหน มีทีเด็ดหรือไพ่ในมือกี่ใบ

แม้ว่าจะมีข่าวเกี่ยวกับ "Project Titan" ของ Apple ออกมา แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลที่เปิดเผยชัดๆ จึงได้แต่คาดเดากันไปว่ามันคือ โครงการลับที่จะเข้าสู่อุตสาหกรรมรถยนต์

Apple แม้จะไม่ใช่บริษัทที่มีความรู้ด้านการผลิตรถยนต์ แต่ก็มีเงินในมือที่มากมายมหาศาล พอที่จะหาซื้อบริษัทที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิตรถยนต์ได้

อีกทั้งเริ่มมีข่าวว่า Apple ทะยอยดึงคนเก่งจากบริษัทผลิตรถยนต์หลายบริษัท นอกเหนือจากการดึงวิศวกรกว่า 50 คนไปจาก Tesla

รวมไปถึงข่าวว่าผู้บริหาร Apple บินไปพบผู้บริหารค่ายรถยนต์รายใหญ่ และเดินสายเยี่ยมโรงงานผลิตรถยนต์ตามที่ต่างๆ

จากผลประกอบการณ์ที่ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ของ Tesla ตอนนี้ market cap ก็หายไปกว่า 3,500 ล้านดอลลาร์ ในเวลาแค่ 10 วัน เพราะคนเริ่มไม่มั่นใจที่จะถือหุ้น Tesla ต่อ จนถูกบรรดา broker ลดเกรดหุ้นลงและแนะนำให้ขายไปซื้อตัวอื่นแทน

ปัญหาของ Tesla คือ ไม่สามารถทำแบบ mass production ได้ เหมือนอย่างบริษัทผลิตรถยนต์รายอื่นๆ ที่ผลิตได้ปีละหลายล้านคัน ด้วยกำลังการผลิตปัจจุบัน ที่ผลิตได้ราวๆ 11,000 คันต่อไตรมาส อาจจะทำได้ไม่ถึงเป้าหมายของปี 2015 ที่ตั้งไว้ที่ 55,000 คัน

กลายเป็นปัญหาที่รุมเร้า Tesla หนัก เพราะบริษัทยังเป็นหนี้อยู่มาก ผลประกอบการไม่ดี มียอดผลิตที่น่าจะต่ำกว่าเป้าหมาย และพนักงานเก่งๆก็ถูกดึงตัวไปอยู่กับคู่แข่ง

ในขณะที่ Apple มีศักยภาพในเรื่องของแบรนด์ know how ด้าน supply chain และการผลิต และมีสถานะทางการเงินดีเยี่ยม

จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ Tesla ออกอาการกลัวตั้งแต่ Apple ยังไม่ทันจะเข้าสู่ธุรกิจรถยนต์

Join the conversation

Great! Next, complete checkout for full access to Worawisut.com.
Welcome back! You've successfully signed in.
You've successfully subscribed to Worawisut.com.
Success! Your account is fully activated, you now have access to all content.
Success! Your billing info has been updated.
Your billing was not updated.