Press "Enter" to skip to content

สงคราม Samsung vs. Apple ปี 2013 เริ่มต้นแล้ว!

 

ปี 2013 นี้ ตลาดสมาร์ทโฟนร้อนระอุตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรก เมื่อผู้ผลิตมือถือ ต่างก็เข็นผลิตภัณฑ์ Flagship ออกมาแข่งกันอย่างดุเดือด

นอกจากการดิ้นรนของ BlackBerry และ Nokia แล้ว ยังมีการแย่งชิงตำแหน่งผู้นำว่าจะเป็นใคร ระหว่างแอปเปิ้ล ผู้ที่เพิ่งเสียแชมป์ผู้นำตลาดสมาร์ทโฟน และซัมซุง ผู้ที่ขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดนี้ เมื่อพิจารณาจากยอดขายรวมทั้งหมด

ซัมซุงเริ่มเปิดไพ่ก่อนครับ ด้วยมือถือ flagship รุ่น Galaxy S4 ที่ผู้บริหาร ตั้งใจเลือกเปิดตัวที่นิวยอร์ค เพราะไม่พอใจยอดขายในสหรัฐฯที่แพ้แอปเปิ้ลขาด จึงเลือกที่นี่เป็น สถานที่เปิดตัว Galaxy S4 เพราะถ้าชนะตลาดนี้ได้ ก็เหมือนได้รับชัยชนะไปทั้งโลก เช่นกันกับถ้าไอโฟนชนะซัมซุงได้ในตลาดเกาหลี

apple-vs-samsung

สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ซัมซุงตั้งใจจะสร้างความแตกต่างในเรื่องนวัตกรรมใหม่ๆในการใช้งาน โดยใส่ลูกเล่นซอฟท์แวร์ต่างๆมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ Air Gesture ที่ผู้ใช้สามารถควบคุมเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นการรับสาย เปลี่ยนแทรคเพลง เลื่อนขึ้นลงเวลาดูหน้าเว็บเพจ โดยที่ไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ เพียงแค่โบกไม้โบกมือตรงหน้าเครื่อง ตามแพทเทิร์นที่กำหนดไว้ มันก็จะทำตามคำสั่งได้ หรือจะเป็นฟีเจอร์ Smart Pause มี่สามารถหยุดเล่นคลิบวิดีโอได้ เมื่อสายตาเราไม่ได้มองที่หน้าจอมือถือ Smart Scroll ที่สามารถเลื่อนหน้าจอขึ้นหรือลงได้ จากการจับความเคลื่อนไหวหน้าเราเวลามองจอ

ซัมซุงได้จ้างวิศวกรจำนวนมากจากทั่วโลก ทั้งจีน อินเดีย รัสเซีย หรือในยุโรป เพื่อพัฒนา ฟีเจอร์ทั้งหลายเหล่านี้ พร้อมทั้งยื่นจดสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับการใช้งานดังกล่าวกว่า 120 รายการ

นอกจากผลิตภัณฑ์ที่น่าจับตามองอย่าง Galaxy S4 แล้ว ย่างก้าวในเชิงกลยุทธ์ ก็น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง

ปี 2012 เป็นปีที่ซัมซุงขึ้นสู่บรรลังก์ผู้นำตลาดสมาร์ทโฟน แทนแอปเปิ้ล จากสินค้าตระกูล Galaxy ทั้งหลาย ที่ออกมารุมอัดแอปเปิ้ล โดยใช้กลยุทธ์การตลาดรุกหนักหลายเซกเมนต์ ตั้งแต่ระดับบนสุด จนถึงระดับล่างสุด ราคาตั้งแต่ 3 พันกว่า จนถึง 2 หมื่นกว่า รวมๆมากกว่า 10 รุ่นในบ้านเรา และทั่วโลกเกือบ 20 รุ่น

เทียบกับไอโฟน ที่ออกมาเพียงแค่ปีละ 1 รุ่น ขายตลาดบนเพียงตลาดเดียว

จะไม่ให้แอปเปิ้ลแพ้ได้ยังไงครับ โดนรุกหนักขนาดนี้ เรียกว่าตีทุกประตู ทุกตลาด ทุกเซกเมนต์นอกจากแอปเปิ้ลจะเสียแชมป์แล้ว แบรนด์คู่แข่งแบรนด์อื่นก็สู้ซัมซุงไม่ได้เช่นกัน

สมาร์ทโฟนตลาดล่าง ซัมซุงแทบจะยึดหัวหาดได้ ในทุกทวีป

แต่ถ้ามองตลาดระดับบนอย่างเดียว แอปเปิ้ล ก็ยังครองแชมป์ได้อยู่ เพราะไอโฟน ขายไปทั้งปีรวมกัน 125.04 ล้านเครื่อง เทียบกับยอดขาย Galaxy S3 ที่ขายไปราว 40 ล้านเครื่อง และ Galaxy Note 2 อีกประมาณ 5 ล้านเครื่อง เมื่อนับในช่วงเวลาเดียวกัน

ปีนี้ คาดว่า Galaxy S4 น่าจะขายดีกว่า S3 ในปี 2012 และเมื่อรวมกับยอดขาย Galaxy Note 2 และ Note 3 ที่จะออกมาปลายปี ช่องว่างระหว่างแอปเปิ้ลกับซัมซุงในตลาดบน น่าจะหดแคบลง

นอกจากเรื่องของตัวผลิตภัณฑ์แล้ว ส่วนกลยุทธ์องค์กร ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน

แอปเปิ้ล เดินหน้าฟ้องร้องซัมซุงในหลายๆประเทศ ขณะเดียวกันก็พยายามผลิตโทรศัพท์และแทบเล็ต โดยใช้ชิ้นส่วนต่างๆจากซัมซุงน้อยลง เพื่อลดบทบาทความสำคัญของซัมซุงในผลิตภัณฑ์ตัวเองให้น้อยลง และหันไปซื้อจากซัพพลายเออร์รายอื่นแทน เพื่อเป็นการตัดกำลังในส่วนของรายได้ที่ซัมซุงเคยได้จากแอปเปิ้ลมหาศาล และจะส่งผลกระทบกับกำลังการผลิตของโรงงานที่ซัมซุงมี ทำให้เครื่องจักรทำงานเดินเครื่องได้ไม่เต็มที่ (เพราะยอดออเดอร์การผลิตลดลง) จนนำไปสู่ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น

และยังเป็นการเสริมกำลังให้คู่แข่งของซัมซุงแข็งแรงขึ้นมา เป็นหอกข้างแคร่ คอยทิ่มซัมซุงอยู่ห่างๆ ในตัว

แต่เรื่องก็ไม่ง่ายครับ เพราะการใช้ชิ้นส่วนจากซัพพลายเออร์อื่นๆ ก็ต้องใช้เวลาที่จะรอซัพพลายเออร์รายนั้นๆ สร้างโรงงาน พัฒนาขั้นตอนกระบวนการผลิตชิ้นส่วนให้ทันสมัย ได้มาตรฐาน และอยู่ในกรอบเวลาที่ต้องการ สุ่มเสี่ยงว่าจะทำให้กระบวนการผลิตไอโฟน ไอแพดทั้งหมด ต้องสะดุดไป

ซัมซุงเดินหมากแก้เกมนี้ด้วยการเข้าซื้อหุ้นบริษัทชาร์ป 3% เพื่อให้ชาร์ป มาช่วยตัวเองผลิตจอ

หมากเกมนี้ฉลาดมากครับ เพราะชาร์ปเป็นผู้ผลิตจอรายใหญ่ให้กับผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ลถึง 1 ใน 3 ของทั้งหมด ทำให้แอปเปิ้ลเกิดอาการหนาวๆร้อนๆ เพราะอนาคตแล้ว ชาร์ปอาจจะต้องแบ่งกำลังการผลิตหน้าจอส่วนหนึ่งที่เคยผลิตให้แอปเปิ้ล ไปผลิตจอให้ซัมซุงแทน

แต่ซัมซุงเองก็ลำบากไม่น้อย เพราะจะต้องขายโทรศัพท์ตัวเองให้ได้เยอะๆ เอากำลังการผลิตที่มีอยู่มาผลิตสินค้าของตัวเอง ไม่งั้นธุรกิจในส่วน Semiconductor ก็จะมีปัญหา ถ้าไม่สามารถหาใครมาแทนแอปเปิ้ลได้ (ซึ่งก็หายากมากๆเช่นกัน)

นอกจากเกมการตลาดที่ 2 ฝ่ายต้องแข่งอย่างเอาเป็นเอาตาย กลยุทธ์องค์กร ในส่วนของการทำ Vertical Integration เพื่อสร้างความได้เปรียบเรื่องต้นทุนการตลาด และซัพพลายเชน ก็ยังต้องแข่งกันหนักอีกเช่นกัน

รอติดตามไอโฟนรุ่นต่อไปครับ ว่าจะออกมาปราบ Galaxy S4 ได้หรือไม่

แบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนๆ
worawisut
worawisut

View all posts

>