Press "Enter" to skip to content

แอปเปิ้ล แซง โคคาโคล่า ขึ้นเบอร์ 1 แบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก

กลายเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วโลกครับ เมื่อ อินเตอร์แบรนด์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาระดับโลกด้านแบรนด์ ออกมาเปิดเผยรายงานการจัดอันดับ “Best Global Brand” ประจำมี 2013 ซึ่งความน่าสนใจของการจัดอันดับครั้งนี้อยู่ที่การเสียตำแหน่งแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกของโคคาโคล่าให้กับบริษัทแอปเปิ้ล

โคคาโคล่าครองตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ปี 2000 (ซึ่งเป็นปีแรกที่อินเตอร์แบรนด์มีการจัดอันดับ) รวมเป็นระยะเวลาทั้งหมด 13 ปีติดต่อกัน

แถมตกอันดับที ไม่ใช่การหล่นลงมาอยู่ที่ 2 แต่เป็นการหล่นมาอยู่อันดับ 3 ต่อจากกูเกิ้ลอีกต่างหาก

มูลค่าของแบรนด์แอปเปิ้ลในปัจจุบันสูงถึง 98.3 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ในอันดับ 2 ถึง 28%

เทียบกับมูลค่าแบรนด์ในปี 2000 ที่อยู่อันดับ 36 มีมูลค่า 6.6 พันล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 15 เท่า

ทางผู้บริหารอินเตอร์แบรนด์บอกว่า

“บริษัทหลายแห่งสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ชีวิตต่างๆของผู้คนได้ ไม่เฉพาะแค่กับตัวโปรดักต์เท่านั้น แต่รวมไปถึงวัฒนธรรมพื้นฐานทางสังคมด้วย

เป็นเหตุผลเดียวกับที่โคคาโคล่าครองอันดับ 1 มาอย่างยาวนาน และเป็นเหตุผลเดียวกันที่ทำให้แอปเปิ้ลขึ้นมาเป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกเวลานี้”

การวัดมูลค่าแบรนด์ (ฺBrand Valuation) ของอินเตอร์แบรนด์ มีการใช้เครื่องมือที่เรียกว่า “Brand Strength” เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดในการจัดอันดับ โดยใช้ 3 แกนหลักๆ คือ

1.ผลประกอบการของกิจการ ความแข็งแกร่งด้านการเงินของแบรนด์นั้น

2.บทบาทของแบรนด์นั้น ว่ามีอิทธิพลต่อคอนซูมเมอร์อย่างไร และต้องเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆของคอนซูมเมอร์

3.ความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่ทำให้มีราคาขายแบบพรีเมียม สร้างผลกำไรที่ดีในระยะยาว และคอนซูมเมอร์มีความจงรักภักดีในตัวแบรนด์สูง

แต่ละแกนก็จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมที่แตกต่างกันออกไป เช่น

มีการกำหนดว่า 30% ของรายได้ ต้องมาจากนอกประเทศ

แบรนด์นั้น ต้องเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ นอกจากในประเทศของตัวเอง

เจ้าของแบรนด์ต้องเป็นบริษัทมหาชน หรือมีข้อมูลทางการเงินเปิดเผยต่อสาธารณะ

แบรนด์จะต้องมีตัวแทนหรือสำนักงานตั้งอยู่ใน 3 ทวีปหลักเป็นอย่างน้อย

หลายๆแบรนด์ ก็ไม่ติดอยู่ในการจัดอันดับของแบรนด์ เช่น แบรนด์ที่ทำธุรกิจโทรคมนาคม ที่คนนอกประเทศมักจะไม่รู้จัก แบรนด์ที่เป็นสายการบินที่มักจะมีสัดส่วนกำไรต่ำ ขาดความพรีเมียม ทำให้ไม่สามารถสร้างผลกำไรที่ดีในระยะยาวได้

ถ้าดูปัจจัยเหล่านี้คร่าวๆ ก็จะไม่แปลกใจครับว่าทำไม แอปเปิ้ลถึงกลายเป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกได้

ปี 2012 แอปเปิ้ลมีรายได้รวมกว่า 156 พันล้านดอลลาร์ สูงเป็นอันดับ 22 ของโลก สัดส่วนรายได้นอกตลาดสหรัฐอยู่ที่ประมาณ 60%

ถ้าวัดเฉพาะกำไร แอปเปิ้ลเป็นบริษัทที่มีผลกำไรเป็นจำนวน 41.7 พันล้านดอลล่าร์ สูงที่สุดอันดับ 2 ของโลก รองจาก Exxon Mobil ที่มีกำไรรวม 44.9 พันล้านดอลลาร์

นอกจากมูลค่าแบรนด์แล้ว แอปเปิ้ลยังเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาด (Market Capitalization) สูงที่สุดในโลก จากการจัดอันดับของไฟแนนเชียลไทม์ ด้วยมูลค่ากว่า 443 พันล้านดอลลาร์

นอกจากผลประกอบการอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากและการมีอิทธิพลต่อคอนซูมเมอร์ ก็ค่อนข้างชัดเจนในเรื่องของสมาร์ทโฟนและแทบเล็ต

ทั้งเรื่องการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้งานของคนทั้งโลก รวมไปถึงการเป็นตัวเลือกในใจอันดับต้นๆ เมื่อคอนซูมเมอร์ต้องการจะซื้อสมาร์ทโฟนและแทบเล็ต

อีกสิ่งที่น่าสนใจคือ การจัดอันดับในปีนี้ มีการพาเหรดเข้ามาของบรรดาแบรนด์ดังด้านไอทีหลายแบรนด์

ได้แก่ คือ กูเกิ้ล (อันดับ 2) ไอบีเอ็ม (อันดับ 4) ไมโครซอฟท์ (อันดับ 5) ซัมซุง (อันดับ 8) อินเทล (อันดับ 9) อะเมซอน (อันดับ 19) อีเบย์ (อันดับ 28) เฟสบุ๊ค (อันดับ 52)

10 อันดับแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก มีบริษัทด้านเทคโนโลยีถึง 6 อันดับ มีมูลค่ารวมกันสูงถึง 406.828 พันล้านดอลลาร์ คูณเป็นเงินไทยก็อ่านกันลำบากแล้วครับว่ากี่ล้านบาท

น่าจับตามองว่า การจัดอันดับแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกปีหน้า บริษัทด้านเทคโนโลยีจะมีมากกว่า 6 รึเปล่า กูเกิ้ลจะทำอันดับแซงแอปเปิ้ลได้หรือไม่ หรือโคคาโคล่าจะกลับมาทวงที่ 1 คืนมาได้มั้ย และซัมซุงจะมาแรงแค่ไหนในปีต่อๆไป

ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจทางด้านการตลาดที่เพจ facebook.com/MktHub อีกเช่นเคยครับ 🙂

clip_image002

(แหล่งที่มาของภาพ Bloomberg BusinessWeek)

แบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนๆ
worawisut
worawisut

View all posts

>