Press "Enter" to skip to content

ทำไมใคร ๆ ก็อยากทำงานที่ “แอปเปิ้ล”

การเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับต้น ๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย
เช่นเดียวกับเส้นทางของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ใครต่อใครรู้จักดีในฐานะผู้สร้างปรากฏการณ์สั่นสะเทือนวงการไอทีรวมถึงอุตสาหกรรมอื่น ๆ อย่างต่อเนื่องอย่าง “แอปเปิ้ล”
ที่วันนี้ พนักงานของยักษ์ใหญ่รายนี้จะมาเปิดเผยความลับเกี่ยวกับการดูแลพนักงานของแอปเปิ้ลให้เราได้ฟังกัน
ส่วนจะมีเรื่องดี ๆ ใดบ้างแอบซ่อนอยู่ ไปติดตามดูกันเลยครับ

employees-love-that-they-arent-micromanaged-at-the-company

1. แอปเปิ้ล ทำให้พนักงานรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับโลก

จากการให้สัมภาษณ์ของพนักงานแอปเปิ้ล พวกเขาต่างรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่ให้กับโลกทั้งสิ้น
การได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างปรากฏการณ์ใหญ่ ๆ ขนาดสั่นสะเทือนวงการได้ และมีผู้ร่วมติดตามนับล้าน ๆ คน เป็นประสบการณ์ที่มีค่าอย่างมากสำหรับกลุ่มคนทำงานที่นี่
วิศวกรซอฟต์แวร์รายหนึ่งกล่าวไว้ว่า การทำงานกับแอปเปิ้ลสำหรับเขาคือการสร้างผลงานที่ส่งตรงถึงคนนับร้อยล้านคน ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมาก ๆ

“ผมทำงานกับแอปเปิ้ลเพราะต้องการเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวผม”

นอกจากนั้น คำบอกเล่าของเหล่าพนักงานที่บ่งบอกถึงตัวองค์กรได้ดีอีกคำหนึ่งก็คือ องค์กรนี้ทำให้พวกเขารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ทำงานที่มีคุณค่าทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่นนั่นเอง

2. การทำให้พนักงานรู้สึกว่า ที่นี่เป็นแหล่งรวมของคนระดับหัวกะทิ

สตีฟ จ็อบส์มักพูดเสมอว่า เขาต้องการพนักงานระดับ A Class มาร่วมงานด้วยเท่านั้น นั่นทำให้แอปเปิ้ลเป็นศูนย์รวมของอัจฉริยะจำนวนมาก

พนักงานคนหนึ่งของแอปเปิ้ลกล่าวว่า ที่นี่มีคนเก่ง คนที่มีพรสวรรค์ในด้านต่าง ๆ อยู่มากมาย ซึ่งนั่นทำให้เกิดบรรยากาศการแข่งขันในการสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ขึ้น
แต่ในท้ายที่สุดแล้ว  สภาพแวดล้อมเหล่านี้จะทำให้คุณสามารถสร้างผลงานที่ดีที่สุดของคุณได้เป็นผลสำเร็จ

3. การทำให้พนักงานรู้สึกว่ากำลังทำงานกับบริษัท Start-up เกิดใหม่ มากกว่าทำงานที่องค์กรยักษ์ใหญ่

บรรยากาศของบริษัท Start-up ที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น เป็นบรรยากาศที่ช่วยดึงศักยภาพของคนทำงานออกมาได้เป็นอย่างดี
แม้ว่าแอปเปิ้ลจะเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงเป็นลำดับต้น ๆ ของในโลก แต่การคงสภาพการทำงานในองค์กรให้เต็มไปด้วยสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์มาก

ตรงกันข้ามกับหลาย ๆ องค์กร เมื่อขยายตัวใหญ่ขึ้น ก็มักตามมาด้วยรูปแบบการทำงานที่ยุ่งยาก ซับซ้อน มีมาตรฐานต่าง ๆ มากมายเข้ามากำกับการทำงาน จนทำให้สภาพการทำงานเป็นทางการมากขึ้น
สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความคิดสร้างสรรค์ของฝ่ายผลิตได้ในที่สุด

อีกปัญหาหนึ่งคือ ปัญหาความเบื่อหน่ายในงานที่ทำอยู่ ซึ่งมักเกิดขึ้นได้เสมอ ๆ แต่แอปเปิ้ลจัดการกับปัญหานี้ได้ดีทีเดียว
จากการบอกเล่าของวิศวกรซอฟต์แวร์อาวุโสรายหนึ่งเผยว่า แอปเปิ้ลเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถย้ายไปทำสิ่งใหม่ ๆ ได้ หรือจะไปเข้าคอร์สฝึกอบรม เพิ่มทักษะที่ต้องการก็ได้
โดยที่พนักงานคนนั้นยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหัวหน้าหรือเปลี่ยนสภาพการทำงานแบบ 100 เปอร์เซ็นต์
ซึ่งรูปแบบการทำงานเหล่านี้ช่วยให้พนักงานรู้สึกเหมือนได้ “รีเฟรชตัวเอง” อยู่ตลอดเวลา

4. การให้ผลตอบแทนไม่เป็นสองรองใคร

ค่าตอบแทนที่ไม่ธรรมดาเลยของแอปเปิ้ลเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่โดนใจพนักงาน อ้างอิงจากเว็บไซต์ Payscale.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ทำการเปรียบเทียบผลตอบแทนของบริษัทต่าง ๆ ได้ระบุเอาไว้ว่า ตำแหน่งงานหลาย ๆ ตำแหน่งของแอปเปิ้ลนั้นได้รับผลตอบแทนสูงกว่าผลตอบแทนเฉลี่ยของบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน อย่างไรก็ดี มีพนักงานบางส่วนที่โชคร้าย ไม่ได้รับผลตอบแทนในรูปแบบเดียวกันนี้ นั่นก็คือพนักงานที่ประจำอยู่ในร้านค้าปลีกของแอปเปิ้ลนั่นเอง ซึ่งในอนาคตอันใกล้ ทางบริษัทมีแผนจะยกระดับค่าตอบแทนให้กับพนักงานกลุ่มนี้แล้วด้วย

5. พนักงานพาร์ทไทม์ได้ผลตอบแทนไม่แพ้พนักงานประจำ

แม้จะมีเสียงบ่นจากพนักงานที่ทำงานอยู่ตาม Apple Store  เกี่ยวกับผลตอบแทนที่ได้รับไม่เท่าเพื่อนพนักงานในสำนักงานใหญ่ แต่สำหรับพนักงานพาร์ทไทม์ของแอปเปิ้ล หากทำงานตั้งแต่ 20 ชั่วโมงขึ้นไปต่อสัปดาห์ก็มีตัวเลขว่าพวกเขาได้รับค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

6. ทำงานกับแอปเปิ้ลได้ ทำงานที่ไหนก็ได้

การได้เข้าทำงานที่แอปเปิ้ลอาจเป็นบทพิสูจน์ถึงความสามารถของพนักงานคนนั้นได้กลาย ๆ และนั่นทำให้เมื่อพวกเขาต้องการย้ายงาน ก็สามารถทำได้ง่ายมากขึ้น (เหมือนปะยี่ห้อแอปเปิ้ลอยู่บนหัวแล้ว)

“หากคุณสามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ ประสบการณ์นั้นจะทำให้คุณเปลี่ยนทัศนคติในการมองโลก  และด้วยประสบการณ์นั้นจะช่วยให้คุณสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ในโลกใบนี้” วิศวกรซอฟต์แวร์รายหนึ่งกล่าว

7. มีอาหารดี ๆ รออยู่ (กองทัพต้องเดินด้วยท้อง)

แม้ว่าแอปเปิ้ลจะไม่ได้เตรียมโรงอาหารชั้นเลิศไว้เอาใจพนักงานเหมือนเช่นที่กูเกิลและเฟสบุ๊กทำ  แต่ชื่อเสียงของ Caffe Mac ในสำนักงานใหญ่ก็ถูกใจพนักงานจำนวนไม่น้อย และทางบริษัทกำลังมีแผนจะปรับปรุงห้องอาหารเพิ่มเติมในอีก 2 – 3 ปีนี้ด้วย

8. ดูแลความสะดวกด้านการเดินทางของพนักงานเป็นอย่างดี

การเดินทางมาทำงานที่แอปเปิ้ลนั้น ทางบริษัทได้มีบริการรถรับส่งพนักงานจากย่าน Bay Area มายังแคมปัสใน Cupertino
นอกจากนั้นยังมีเงินส่วนหนึ่งสำหรับดูแลค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นรถไฟ รถบัส ฯลฯ ให้กับพนักงานอีกด้วย

9. สนุกและท้าทาย เมื่อต้องเร่งงานให้ทันกำหนดเส้นตาย

การทำงานในบริษัทผู้ผลิตสินค้าที่มีคนรอชมการเปิดตัวสินค้าใหม่นับสิบล้านคนย่อมต้องอยู่ภายใต้ความกดดันสูงเป็นธรรมดา
โดยเฉพาะยิ่งเมื่อใกล้ถึงวันส่งมอบงาน
แต่พนักงานของแอปเปิ้ลหลายคนกลับบอกว่า
การได้เป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศนั้นเป็นประสบการณ์ที่สุดยอดมาก
ดังเช่นที่วิศวกรรายหนึ่งกล่าวว่า “แม้จะไม่มีเวลาพักหายใจในระหว่างทำโปรเจ็คเลย แต่ผมชอบความรู้สึกที่ได้รับเมื่อเราสามารถทำงานได้สำเร็จตามเป้าหมาย มันยอดเยี่ยมมาก”

10. บริษัทยังคงเติบโต มีอนาคตที่สดใส และมีพนักงานใหม่เข้ามาเสริมทีมอย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่เช่นไมโครซอฟต์กำลังเริ่มเลย์ออฟพนักงาน แต่ที่แอปเปิ้ล การจ้างงานยังคงมีอย่างต่อเนื่อง
มีแผนกใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย รวมถึงตลาดใหม่ ๆ ที่บริษัทมีแผนจะก้าวไปต่อ
ซึ่งการเติบโตลักษณะนี้ มีผู้เชี่ยวชาญในแวดวงธุรกิจกล่าวยกย่องเอาไว้ว่า การได้เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของแอปเปิ้ลนี้เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมาก

11. การมีผู้นำองค์กรที่ยอดเยี่ยม

แม้ว่าคะแนนความนิยมในตัว “ทิม คุก” อาจยังห่างชั้นกับสตีฟ จ็อบส์อยู่มาก
แต่เขาก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างท่วมท้นจากพนักงานผ่านทาง Glassdoor.com  (เว็บไซต์คอมมูนิตี้ด้านการทำงาน) ผู้เผยแพร่ข้อมูลชิ้นนี้ ซึ่งมีรายงานว่าเขาได้คะแนนในบทบาทการเป็นผู้นำองค์กรถึง 94 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

12. การให้อิสระในการทำงาน ไม่หยุมหยิม

แอปเปิ้ลอาจเป็นบริษัทที่มีการควบคุมภายในเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาโปรดักต์ แต่จากคำให้สัมภาษณ์ของพนักงานหลาย ๆ คน
พวกเขากลับรู้สึกว่า ตนเองมีอิสระในงานที่รับผิดชอบพอสมควร
รวมถึงได้รับความเชื่อใจจากหัวหน้างานในระดับที่น่าพึงพอใจ
วิศวกรซอฟต์แวร์ QA รายหนึ่งกล่าวว่า ที่นี่ไม่มีการบริหารแบบล้วงลูก (Micromanagement) ที่หัวหน้างานลงมาควบคุมงานอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ดี ในอนาคตอันใกล้ รูปแบบการบริหารงานอาจมีการเปลี่ยนแปลง
เนื่องจากแอปเปิ้ลพบว่า มีบางแผนกที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดมากขึ้น


อ่านจาก Business Insider แล้วน่าสนใจดีครับ เลยขอเอามาเรียบเรียงเป็นภาษาไทยซักหน่อย 🙂 

 

แบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนๆ
worawisut
worawisut

View all posts

>