Press "Enter" to skip to content

“Drone” กับการปฏิวัติการขนส่งแบบใหม่

กลายเป็นข่าวใหญ่โตในแวดวงไอทีโลกครับ เมื่อโปรเจคต์ลับที่อยู่ในขั้นตอนการวิจัยของ Amazon.com ถูก ซีอีโอ Jeff Bezos นำมาเปิดเผยในรายการ 60 minutes ของสถานี CBS แบบหมดเปลือก

โปรเจตต์ลับที่ว่านี้ มีชื่อเรียกว่า “Amazon Prime Air” ซึ่งถือว่าเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ Amazon สามารถ disrupt ธุรกิจอีคอมเมิร์ซไปอีกขั้นในอนาคตอันใกล้

clip_image002

 

Amazon Prime Air เป็นบริการส่งสินค้าแบบเร่งด่วน สามารถจัดส่งสินค้าสู่มือผู้ซื้อได้ภายในระยะเวลาเพียง 30 นาที โดยอาศัยยานพาหนะแบบพิเศษ ที่เรียกว่า “Drone” หรือเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับขนาดเล็ก (Unmanned Aerial Vehicles : UAV) อาศัยการควบคุมระยะไกล สามารถบินระบบอัตโนมัติได้ มีการใช้ระบบ GPS ในการนำทางและบอกพิกัดการส่งสินค้า สามารถส่งสินค้าได้ในระยะทางไกลถึง 10 ไมล์ (16 กิโลเมตร) รองรับน้ำหนักการขนส่งประมาณ 5 ปอนด์ (2.27 กิโลกรัม)

clip_image004

เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่าน อาจจะยังไม่รู้จักมักคุ้นกับเจ้า Drone เท่าไหร่

แต่ถ้าจำรูปถ่ายจากมุมสูงของการชุมนุมเรียกร้องทางการเมือง ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยได้

รูปถ่ายที่เราเห็นนี่ละครับ เป็นการถ่ายจากเจ้า “Drone” ที่สามารถบังคับให้บินขึ้นไปในระดับความสูงนับร้อยเมตร เพื่อเก็บภาพบรรยากาศการชุมนุม ซึ่งหลายๆสำนักข่าว ได้เริ่มนำ Drone มาใช้กับการเก็บภาพถ่ายลักษณะแบบนี้กันอย่างแพร่หลาย

 

เจ้า Drone นี่เอง ที่เป็นนวัตกรรมสำคัญในการเปลี่ยนแปลงการส่งสินค้าจากไปรษณีย์ภาคพื้นดิน มาอยู่บนอากาศในระยะเวลาที่รวดเร็ว

แต่ Amazon.com ไม่ใช่คนแรกและคนเดียว ที่คิดจะนำนวัตกรรม Drone มาใช้ในเชิงพาณิชย์เพื่อขนส่งสินค้านะครับ

ยังมีบริษัทสตาร์ตอัพเล็กๆชื่อ Flirtey ในประเทศออสเตรเลีย ที่กำลังพัฒนารูปแบบการขนส่งด้วย Drone เพื่อใช้กับบริการชื่อ Zookal ที่ทำธุรกิจขายและเช่าตำราเรียนสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย และ Flirtey เองก็เตรียมจะขยายธุรกิจ โดยการนำ Drone ไปให้บริการกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซอื่นๆ รวมถึงการขยายตลาดไปยังสหรัฐอเมริกา

ธุรกิจอาหารอย่าง Domino Pizza ในอังกฤษ ก็มีการทดสอบ “DominoCopter” สำหรับการส่งพิซซ่า

ร้านขายซูชิ ชื่อ “Yo! Sushi” ในอังกฤษ ก็มีการพัฒนา Drone เพื่อทดแทนการทำงานของพนักงานเสิร์ฟ โดยใช้ชื่อว่า “iTray” ซึ่งเป็นเหมือนถาดอาหารบินได้ ใช้ส่งอาหารถึงโต๊ะลูกค้าได้เลย

นอกจากนี้ยังมีบริษัทไปรษณีย์และบริการขนส่งยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Deutsche Post หรือ DHL ของเยอรมัน และ UPS ของสหรัฐ ก็ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานควบคุมการบินในการนำ Drone มาทดสอบ เพื่อใช้ในการเคลื่อนย้ายพัสดุ ระหว่างคลังเก็บสินค้าต่างๆ และเตรียมนำไปประยุกต์ใช้ในการขนส่งพัสดุจากสนามบินหรือเมืองใหญ่ๆ ไปยังศูนย์กระจายพัสดุที่มีสาขากระจายตัวอยู่มากมาย เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการส่งพัสดุเหล่านั้นให้กับผู้บริโภค

แต่กว่าจะใช้งานเชิงพาณิชย์จริงจังได้ ตัว Drone เองยังต้องมีการพัฒนาอีกหลายส่วน

ทั้งระบบการนำทางที่จะต้องแม่นยำขึ้น ระยะทางการบินต้องไกลขึ้น ระบบการหลบเลี่ยงการชนสิ่งกีดขวางอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการพุ่งชนตึก ต้นไม้ หลังคาบ้าน

ระบบการลงจอดอย่างนิ่มนวล ระบบป้องกันการโจรกรรม (มีข่าวว่ามีนักพัฒนา สามารถแฮคเจ้า Drone กลางอากาศ และยึดสิทธิ์ในการควบคุมบังคับ มาได้เลยทันที)

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับธุรกิจนี้ คือ กฏหมายควบคุมการบิน กฏระเบียบในการใช้น่านฟ้าและการบินเชิงพาณิชย์ การควบคุมการจราจรบนท้องฟ้า ซึ่งเป็นกฏเกณฑ์ที่ค่อนข้างจะเข้มงวดในแต่ละประเทศ

ประโยชน์ที่ชัดเจนของการใช้นวัตกรรม Drone ในการทำ logistic คือ การประหยัดต้นทุนค่าขนส่งและต้นทุนหน้าร้านได้มหาศาล เพราะสามารถส่งตรงไปหาปลายทางได้ โดยไม่ต้องใช้รถ ไม่ต้องผ่านการกระจายสินค้าตามศูนย์กระจายสินค้าต่างๆ

นับตั้งแต่ปี 2010 Amazon ลงทุนไปกว่า 14,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโกดังที่ใช้เก็บและกระจายสินค้าเพิ่มกว่า 50 แห่ง และการขนส่งสินค้าของ Amazon ไปยังลูกค้า มีการพึ่งพาบริการไปรษณีย์อย่าง FedEx และ UPS ค่อนข้างเยอะ

86% ของการสั่งสินค้าของ amazon.com เป็นสินค้าที่มีน้ำหนักต่ำกว่า 5 ปอนด์

ถ้าพัฒนา Drone เพื่อใช้ขนส่งสินค้าได้จริง Amazon ก็สามารถลดค่าขนส่งที่ต้องจ่ายให้ FedEx และ UPS ไปได้มหาศาล และความเร็วในการขนส่งสินค้าจากเดิม เร็วที่สุดในหลักวัน มาเหลืออยู่แค่หลักนาทีเท่านั้น

โลกของอีคอมเมิร์ซและการทำ logistic กำลังจะเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอีกครั้ง

ติดตามบทวิเคราะห์ ข้อคิด บทความต่างๆเพิ่มเติมได้ที่เพจ www.facebook.com/MKTHUB นะครับ

แบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนๆ
worawisut
worawisut

View all posts

>