ถอดรหัส DNA ของสตีฟ จ๊อบส์ นักสร้างสรรค์นวัตกรรมแห่งศตวรรษ

มรณกรรมของสตีฟ จ๊อบส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิ้ล เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา สร้างความตื่นตะลึงไปทั้งโลก มีการพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง มีสื่อต่างๆมากมาย รวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลก ต่างแสดงความอาลัยต่อการจากไปของจ๊อบส์ในครั้งนี้

บทความแรกของคอลัมน์ Marketing Hub เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา ผมเขียนเรื่อง “แอปเปิ้ลจะอยู่หรือไป เมื่อไม่มีสตีฟ จ๊อบส์” ซึ่งในบทความนั้น ผมวิเคราะห์ถึงความทรงอิทธิพลต่ออุตสาหกรรม และอิทธิพลเหนือสื่อของตัวจ๊อบส์เอง เหตุการณ์สำคัญในครั้งนั้น คือ การลาป่วยแบบไม่มีกำหนดของจ๊อบส์

ไม่มีใครคิดคาดว่า จ๊อบส์ จะจากโลกใบนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนคืน ในเวลาที่สั้นขนาดนี้

คิดแล้วใจหายครับ ในฐานะที่ผมเป็นแฟนทั้งแอปเปิ้ลและจ๊อบส์มานาน กรณีศึกษาและบทวิเคราะห์ต่างๆที่เขียนลงในคอลัมน์นี้ ก็เป็นเรื่องราวของเค้าไม่น้อย

สตีฟ จ๊อบส์ เปรียบเสมือน ตัวเร่ง ปฏิกิริยา สำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมทั้งหมดที่เค้าเกี่ยวข้อง ให้พัฒนาเร็วขึ้น ในอัตราเร่งที่มากกว่าปกติ

ขอใช้พื้นที่คอลัมน์นี้ เพื่อสดุดีและขอบคุณในสิ่งที่สตีฟ จ๊อบส์ สร้างขึ้นมาให้โลกใบนี้ ครับ

โลกนี้ที่ไม่มีสตีฟ จ๊อบส์ จะเป็นยังไงต่อไป อันนี้คงต้องรอดูกันต่อไป

แต่สิ่งที่น่าสนใจที่เค้าทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลัง คือ “ดีเอ็นเอ” ของความเป็น “นวัตกร” (Innovator)

หนังสือ The Innovator’s DNA ของศาสตราจารย์ Clayton M. Christensen แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เขียนไว้ถึงอุปนิสัยหลายๆอย่างของจ๊อบส์ ที่ทำให้เค้ากลายเป็นสุดยอดนวัตกรของโลก

เริ่มตั้งแต่การหัดตั้งคำถาม (Questioning) ด้วยนิสัยเป็นคนช่างถามของจ๊อบส์ ที่สงสัยว่า ทำไมคอมพิวเตอร์ต้องมีพัดลมในเครื่อง และจะระบายความร้อนในคอมพิวเตอร์โดยการไม่ใช้พัดลมได้หรือไม่ เป็นการตั้งโจทย์ เพื่อไปหาคำตอบที่ทำให้ Apple II เป็นคอมพิวเตอร์ตัวแรกของโลกที่ไม่มีพัดลมระบายความร้อนและทำงานเงียบ โดยไม่มีเสียงพัดลมรบกวน

การเป็นคนช่างสังเกตุ (Observing) จ๊อบส์ สังเกตุเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น จากการไปเยี่ยมดูงานที่ศูนย์วิจัยของซีรอกซ์ โดยการสังเกตเห็นอุปกรณ์ควบคุมหน้าจอ และระบบติดต่อผู้ใช้ แม้ว่าทั้งหมดนี้จะเป็นงานวิจัยของซีรอกซ์ แต่กลับถูกมองข้ามไปโดยไม่เห็นคุณค่า ในขณะที่จ๊อบส์กลับสังเกตุเห็นคุณค่าในสิ่งเหล่านี้ โดยไม่ปล่อยให้ผ่านไปเฉยๆ และทั้งสองสิ่งได้กลายมาเป็นรากฐานสำคัญของระบบปฏิบัติการแมคโอเอสและเครื่องคอมพิวเตอร์แมคอินทอช ในปัจจุบัน

เครือข่าย (Networking) ก็เป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในดีเอ็นเอของจ๊อบส์

โลกธุรกิจ ไม่ว่าจะที่ไหน “Know who” ย่อมสำคัญไม่แพ้ “Know how” เพราะเราไม่สามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง บางอย่าง ก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำเอง จึงจะประสบความสำเร็จ และหลายๆครั้ง ไอเดียของการทำธุรกิจก็มาจากการพูดคุยกับเพื่อนฝูง ในเครือข่ายที่เรารู้จักทั้งนั้น

ช่วงที่จ๊อบส์ถูกขับไล่ออกมาจากแอปเปิ้ล อยู่มาวันหนึ่ง Alan Kay อดีตผู้ร่วมงาน ได้พาจ๊อบส์ไปให้รู้จักกับ Ed Catmull และ Alvy Ray Smith สองหนุ่มผู้คลั่งไคล้งานกราฟฟิค ทั้งคู่เป็นหัวหน้าทีมที่ชื่อว่า “Industrial Light & Magic” ซึ่งรับทำสเปเชี่ยลเอ็ฟเฟคต์ให้กับหนังของจอร์จ ลูคัส (ผู้สร้างสตาร์วอร์ส)

จ๊อบส์เกิดความประทับใจในทีมงานกราฟฟิคทีมนี้มาก ถึงกับยอมควักเงินถึง 10 ล้านเหรียญเพื่อดึงตัวมาทำงานด้วย ต่อมา จ๊อบส์เปลี่ยนชื่อทีมใหม่เป็น “Pixar” พร้อมกับสร้างผลงานอะนิเมชั่นชื่อดังก้องโลกมากมายอย่าง Toy Story , Monster Inc., Finding Nemo จนกลายเป็นบริษัทพันล้านเหรียญ ในวันเปิดขายหุ้นวันแรก

การค้นพบ (Discovery) ที่มาจากความใส่ใจในรายละเอียด (Zoom in & Zoom out) มีครั้งหนึ่ง ทีมงานแอปเปิ้ลประสบปัญหา ไม่สามารถหาวัสดุที่เหมาะสมกับการสร้างเป็นเคสให้แมคอินทอชรุ่นแรก จ๊อบส์ตัดสินใจไปเดินหาในห้างสรรพสินค้า โดยการดูวัสดุของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำด้วยพลาสติค จนในที่สุด เค้าได้ค้นพบวัสดุที่ใช่ ซึ่งเป็นพลาสติคของเครื่องปั่นผลไม้ยี่ห้อ Cuisinart

สุดท้าย คือ การทดลอง (Experimenting) ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด คือ การที่จ๊อบส์ไปทดลองเรียนวิชาการประดิษฐ์อักษร (Calligraphy) ที่ตอนเรียน ยังไม่รู้เลยว่าจะเรียนไปทำไม แค่่รู้สึกว่าชอบ เพราะได้เห็นสิ่งพิมพ์โฆษณาต่างๆที่ติดอยู่ในมหาวิทยาลัยที่จ๊อบส์เรียน และต่อมา พื้นฐานนี้เองได้กลายมาเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ระบบปฏิบัติการแมคโอเอสมีฟอนต์ที่สวยงามใช้

แม้ว่าจ๊อบส์จะไม่อยู่เพื่อสรรค์สร้างสิ่งประดิษฐ์ทางเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่สิ่งที่จ๊อบส์ทิ้งไว้ ล้วนมีคณูปการที่สำคัญต่อโลกใบนี้ทั้งสิ้น

We will miss you , Steve Jobs.

พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ที่ http://www.facebook.com/MktHub และ Twitter: @worawisut ครับ

About these ads

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s